เกินมาตรฐานอีกแล้วพีเอ็ม 2.5 

เชื่อว่าหลายคนก็ต้องบ่นประโยคนี้เหมือนกัน

ว่าเมื่อไรจะจัดการได้เรียบร้อยสักทีทนมาเกือบปีแล้วกับปัญหาพีเอ็ม 2.5 ตื่นเช้ามาต้องเจอกับฝุ่นลอยเต็มท้องฟ้าขมุกขมัวบรรยากาศไม่สดชื่นมองไม่เห็นเมฆสักก้อนทั่วทั้งกรุงเทพและปริมณฑลผ่านมาเกือบปีตอนนี้ประชาชนเริ่มมีปัญหาเรื่องของสุขภาพเค้ามากันมากมาย 

อาจกล่าวได้ว่าตอนนี้ปัญหาค่าพีเอ็ม 2.5

มีปัญหากับประชาชนชาวไทยทุกคนเป็นอย่างมากเพราะตื่นเช้าออกจากบ้านมาก็ต้องมาเจอฝุ่นละอองซึ่งทำให้สุขภาพร่างกายของคนทำงานอย่างเราสุดโทรมลงไม่แข็งแรงปัจจุบันเวลาที่ออกจากบ้านทุกคนจะต้องหาหน้ากากอนามัยมาปิดซึ่งณตอนนี้สิ่งที่เป็นปัญหาตามมาก็คือการขาดแคนหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ

ดังนั้นสำหรับคนที่หาซื้อไม่ได้ก็จะทำให้มีผลกระทบกับสุขภาพอนามัยของคนนั้นนั้นโดยเริ่มต้นจะมีอาการแสบจมูกหายใจไม่สะดวกและต่อมาก็จะทำให้เป็นโรคไข้หวัดโรคเกี่ยวกับปอดโรคเกี่ยวกับระบบทรงเดินหายใจซึ่งตอนนี้ค่ามาตรฐานของอากาศที่เป็นอยู่เกินค่ามาตรฐานแทบทุจุดของประเทศไทยยิ่งต้องการให้มีมาตรการป้องกันออกมามากเท่าไหร่

ปัญหาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นโดยตอนนี้พื้นที่ที่เป็นสีส้มมีมากกว่าครึ่งของประเทศแล้ว

ซึ่งมีการประกาศให้ประชาชนงดใช้กิจกรรมกลางแจ้งแต่ที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้สามารถช่วยเหลือได้เพราะประชาชนส่วนใหญ่เริ่มที่จะต้องสูตรควันพิษตั้งแต่เดินทางออกจากบ้านแล้วซึ่งแต่ละคนใช้ระยะเวลาในการเดินทางออกจากบ้านกว่าจะถึงที่ทำงานบางคนก็เกือบชั่วโมง

ดังนั้นในระหว่างที่เดินทางนี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนสูตรเอาควันพิษเข้าไปได้เต็มปอดอย่างเต็มที่แล้วยังมีขากลับในช่วงเย็นที่ยังจะต้องมานั่งสุดมลพิษทางอากาศกันอีกด้วยซึ่งสำหรับตอนนี้ค่ามลพิษทางอากาศของประเทศไทยในวันนี้ส่งมาถึงที่อันดับที่ 11 ของโลก

โดยอันดับหนึ่งอย่างของฉันอยู่ที่ประเทศอินเดีย

ซึ่งอันที่จริงเราไม่ควรไปแย่งความเป็นแชมป์กับประเทศอื่นๆในตอนนี้คงไม่สามารถเพิ่งเพียงรัฐบาลเพียงอย่างเดียวได้แล้วเราประชาชนคนไทยทุกคนควรจะร่วมแรงร่วมใจกันในการแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองนี้กันมากขึ้น

โดยส่วนหนึ่งมาจากคนขับรถยนต์มันท้องถนนซึ่งหากเราช่วยกันดูแลเรื่องของปัญหาควันรถได้ปัญหาการจุดไฟเผาไม่อย่าได้ก็จะมีส่วนช่วยให้ค่าฝุ่นละอองลดลงได้เช่นเดียวกันปัญหาค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ไม่ใช่ปัญหาของคนใดคนหนึ่งอีกต่อไปแต่เป็นปัญหาที่คนทั้งประเทศต้องร่วมด้วยช่วยกันเพื่อความปลอดภัยของชีวิตของทุกคน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

โรคหูหนวกเกิดจากอะไร

  โรคหูหนวก เกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

การหูหนวก คือการที่เราไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

อาจจะมีอาการไม่ได้ยินแค่เพียงข้างเดียวหรืออาจะเป็นกับหูทั้งสองข้างก็ได้ ซึ่งอาการหูหนวกนี้อาจเป็นมาตั้งแต่เกิดหรือเพิ่มเริ่มมาเป็นหลังจากคลอดออกมากแล้ว หรือบางคนหูหนวกเมื่อมีอายุมากขึ้นเพราะความเสื่อมสภาพของของภายในหู  หรืออาจได้รับการประสบอุบัติเหตุที่มีผลกระทบไปยังหู ส่วนใหญ่คนที่เป็นโรคหูหนวกหลังคลอดหรือตอนที่อายุมากแล้ว

จะไม่ค่อยรู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ เพราะอาการจะไม่ออกทันที มันจะค่อยๆแสดงอาการออกมาโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น กลุ่มคนที่ต้องทำงานกับสถานที่ที่มีเสียงดังมาก กลุ่มคนเหล่านี้จะค่อยๆมีอาการคือ เมื่อมีใครมาพูดด้วยจะได้ยินเสียงเบา ต้องให้ตะโกนคุยดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะหูจะชินที่ได้ยินเสียงดังๆ

 สำหรับอาการของคนที่เป็นโรคหูหนวกนั้นสามารถสังเกตได้เบื้องต้นคือ 

มักจะมีอาการหูอื้อและมักได้ยินเสียงเหมือนมีแมลงมาบินในหู บางครั้งมีลักษณะของหูแว่วได้ยินเสียงเพราะหาที่มาของเสียงไม่เจอ เวลาคุยกับคนอื่นมักจะไม่ค่อยได้ยินที่คนอื่นพูด ต้องคอยให้เขาพูดซ้ำๆเสียงดังๆจึงจะได้ยิน จะสังเกตได้ง่ายขึ้นเวลาที่ผู้ป่วยหูหนวกดูทีวีจะมีการเปิดเสียงดังมาก สำหรับคนที่เป็นโรคหูหนวกนั้น มักจะเกิดจากที่เสียงไม่สามารถทะลุทะลวงจากข้างนอกเข้าไปยังหูด้านในได้

ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจาก มีขี้หูเยอะมาขวางในรูหู หรือมีน้ำขังในหู หูมีการติดเชื้อจนแก้วหูทะลุ จากการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่นไข้หวัด โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือเป็นโรคหินปูนเกาะที่กระดูกหู ทำให้ขวางกันได้ยินของหูและยังมีอีกหลาสาเหตุมากมายที่จะทำให้เกิดหูหนวกขึ้นได้ และหากเราต้องการทราบว่าเราเป็นโรคหูหนวกหรือไม่ ต้องไปพบแพทย์

เพื่อตรวจอาการโดยแพทย์จะมีการซักประวัติ มีการทดสอบการได้ยินและมีการส่องกล้องเพื่อตรวจสอบสภาพข้างในหูว่ามีอาการอักเสบหรือปัญหาอะไรหรือไม่ 

          เมื่อผลการทดสอบออกมาแล้วแพทย์จะมีการประมาณว่าผู้ป่วยเป็นโรคหูหนวกระดับไหน เช่น หูตึกนิดหน่อย  ตึงปานกลาง หรือหูตึงอย่างรุนแรง หรือว่าจะกลายเป็นโรคหูหนวกเลย ซึ่งวิธีการรักษาก็จะแตกต่างกันไป

สำหรับการป้องกันไม่ให้เกิดโรคหูหนวกนั้น

คือทำให้ร่างกายแข็งแรงเพราะโรคหูตึงสามารถมีสามารถมาจากที่เราเป็นโรคอย่างอื่นแล้วลามมาเป็นโรคทางหูได้ กับหลีกเลี่ยงการแคะหู การเอาอะไรแหย่เข้าไปในหูเพราะจะทำให้หูสกปก หรืออักเสบหรือแก้วหูฉีกขาดได้ และควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่ก่อให้เกิดเสียงดังมากๆ 

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้จาก  เครื่องช่วยฟัง