เตือนภัยแม่ค้าหัวใสลูกค้าใช้โครงการคนละครึ่ง

             นับได้ว่าค่อนข้างมีปัญหามากเลยทีเดียวสำหรับโครงการคนละครึ่งที่มีการออกมาเพื่อหวังกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้จ่ายโดยมีแผนการให้ประชาชนจ่ายครึ่งหนึ่งและรัฐบาลช่วยเหลือค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่งซึ่งเงื่อนไขของการใช้จ่ายนี้จะใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 150 บาท

สำหรับสั่งของทางรัฐบาลที่จะช่วยเหลือในการออกค่าใช้จ่ายโดยมีเงื่อนไขว่าวงเงินที่ให้สูงสุดนั้นอยู่ที่ 3,000 บาทและสามารถใช้ได้จนถึงสิ้นปีและโครงการนี้ก็เป็นแนวทางที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมากเลยทีเดียว

ถึงแม้จะมีปัญหาเยอะแต่ประชาชนก็สนใจเข้าร่วมโครงการนี้เยอะมากด้วยเช่นเดียวกันซึ่งจะมีการเปิดเฟส 2 ให้ประชาชนลงทะเบียนในเดือนมกราคมปี 64 นี้อีกครั้งหนึ่งนับได้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จมาก

        ในขณะที่โครงการประสบความสำเร็จแต่เราพ่อค้าแม่ค้าในโครงการต่างก็พยายามที่จะหาแนวทางในการโกงเงินในโครงการนี้ซึ่งล่าสุดก็มีการออกมาเผยแพร่จากลูกค้าหญิงคนหนึ่งซึ่งเธอบอกว่าเธอไปใช้บริการคนละครึ่งที่จังหวัดอุบลราชธานีโดยเธอไปซื้ออาหารที่ร้านแห่งหนึ่งช่วงเวลาประมาณ 20:24 น.  ของวันที่ 29 เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ.2563 

โดยหญิงสาวคนดังกล่าวบอกว่าเธอและเพื่อนได้ไปซื้อของร้านค้าดังกล่าวและหลังจากที่เธอซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้วจะทำการชำระเงินแม่ค้ากลับแจ้งให้เธอจ่ายเงินเพิ่มอีก 10 บาทโดยอ้างว่าเงิน 10 บาทนี้เป็นเงินที่ลูกค้าต้องจ่ายเพราะแม่ค้าเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งจะต้องมีการสมัครอินเทอร์เน็ตต้องเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 400 บาทดังนั้นเงินส่วนนี้แม่ค้าจึงขอเรียกเก็บเพิ่ม

        เมื่อเธอได้ยินดังนั้นเธอจึงขอจ่ายเป็นเงินสดแต่แม่ค้าคนดังกล่าวก็ไม่ยินยอมโดยไม่ยอมคืนเงิน 10 บาทให้เธอซึ่งเธอนั้นมองว่าการที่แม่ค้าดังกล่าวทำแบบนี้เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคเพราะแม่ค้าไม่ได้มีการติดป้ายเตือนเอาไว้ว่าหากซื้อร้านค้านี้แล้วจะต้องเสียตังค์เพิ่มต่างหากอีก 10 บาทค่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตของแม่ค้า 

ดังนั้นเธอจึงได้นำเรื่องราวที่เธอเจอมาโพสต์ลงในโลกออนไลน์เพื่อหวังให้ประชาชนที่จะไปซื้อสินค้าของแม่ค้าคนดังกล่าวนั้นได้ทราบเงื่อนไขการใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งของแม่ค้าคนดังกล่าวเพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อและเพื่อที่จะได้ให้สังคมได้รับรู้ว่ายังคงมีร้านค้าที่มีการคิดหาช่องทางได้เงินเพิ่มหรือเรียกว่าความหัวใสของแม่ค้านั่นเอง

        สำหรับโครงการนี้จำเป็นต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการนี้โดยตรงตรวจสอบร้านค้าที่มักจะมีการหัวใสหาวิธีการต่างๆเพื่อเรียกเก็บเงินจากลูกค้าเพิ่มเป็นการแก้ปัญหาลูกค้าถูกรัดเอาเปรียบนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์ lotto

อันตรายจากการเล่นลูกโป่ง ไม่ควรให้เด็กๆเล่น 

         คุณรู้หรือไม่ว่าลูกโป่งที่มีสีสันสวยงามเป็นสิ่งล่อตาล่อใจให้เด็กๆนั้นหลงไหลและชอบเล่น  ลูกโป่งที่เหมือนจะไม่มีอันตรายอะไรกับมีอันตรายมากมายมากกว่าที่คุณคิด 

หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าลูกโป่งนั้นมีอันตรายร้ายแรงอย่างมากแต่จากข่าวที่มีมาในแต่ละครั้งนั้นจะมีการพูดถึงความรุนแรงของแรงอัดหลังจากที่ลูกโป่งมีการระเบิดซึ่งแรงอัดนั้นตั้งผลเสียให้กับเด็กที่ถูกแรงอัดของระเบิดจากลูกโป่งจนร่างกายมีบาดแผลไปหมด

         ข่าวเกี่ยวกับลูกโป่งระเบิดนั้นมีให้เห็นอยู่ตลอดเวลาเช่น  ในงานวันเกิดงานหนึ่งได้มีการน้ำลูกโป่งมาประดับตกแต่งในงานโดยลูกโป่งนั้นได้มีการอัดแก๊สไฮโดรเจนเข้าไปซึ่งทำให้เกิดไฟลุกไหม้แถบภายในงานพากันหนีตายอลหม่าน 

หรือแม้แต่การที่หญิงสาวคนหนึ่งเดินนำลูกโป่งมาไว้ในรถของเธอเองซึ่งในรถของเธอขนาดนั้นกำลังชาร์จโทรศัพท์มือถืออยู่ทำให้ลูกโป่งของเธอนั้นเกิดระเบิดจนมีคนได้รับบาดเจ็บ และยังมีรายล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อวันที่ 12 เดือนตุลาคม ปี พ.ศ.2563 นี้ก็เป็นผลพวงมาจากการเล่นลูกโป่งเช่นเดียวกัน 

        ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา  เด็กที่ได้รับอุบัติเหตุจากแรงอัดระเบิดของลูกโป่งนั้นอายุเพียงแค่ 2 ขวบ 8 เดือนเท่านั้นเองซึ่งขนาดนี้คุณแม่ของเธอได้ส่งตัวเธอไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดทางคุณหมอเองยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

เนื่องจากสภาพบาดแผลของเธอนั้นถูกไฟเผาไหม้เกือบตลอดทั้งตัวเป็นแผลพุพองและขณะนี้หนูน้อยวัย 2 ขวบ 8 เดือนเองยังไม่ได้สติเลย รวมถึงในตอนนี้หนูน้อยยังต้องสวมใส่เครื่องหายใจอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

        ดังนั้นผู้ปกครองควรจะมีการควบคุมดูแลเวลาที่ลูกของตนเองนั้นเล่นลูกโป่งเพราะอันตรายจากแก๊สที่อัดเข้าไปในลูกโป่งที่ทําให้ลูกโป่งพองได้นั้นมีอันตรายเป็นอย่างมาก  กรณีที่ต้องการให้ลูกเล่นลูกโป่งแล้วไม่เกิดอันตรายนั้นควรจะเกิดจากการที่ใช้ออกซิเจนเป่าเข้าไปในลูกโป่งเหมือนกับที่เราใช้ปากเป่าลูกโป่งให้พองขึ้นไม่ควรอัดแก๊สใดๆเข้าไป

เพราะแก๊สจะเป็นวัตถุไวไฟซึ่งเมื่อเรานำลูกโป่งไปใกล้วัตถุไวไฟเมื่อไหร่ก็จะทำให้ลูกโป่งระเบิดและแรงระเบิดจะส่งผลให้มีไฟลุกไหม้คนที่อยู่ใกล้ลูกโป่งมากที่สุดซึ่งโดยปกติแล้วก็มักจะเป็นเด็กๆที่ชอบเล่นลูกโป่งนั้นเอง

        ดังนั้นถ้าไม่อยากให้บุตรหลานของตนเองได้รับอันตรายจากการเล่นลูกโป่งแล้วเกิดระเบิดขึ้นควรจะมีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดขณะที่เด็กเล่นลูกโป่งและควรจะให้เด็กๆเล่นห่างจากจุดที่เป็นไฟหรือถ้าหากเป็นไปได้ก็ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นลูกโป่งเลยจะเป็นการดีที่สุด

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ lotto