อาการข้างเคียงกับการบล็อกหลังที่จะเกิดขึ้น 

 อาจจะมีแม่ๆหลายๆคนที่ต้องการที่จะบล๊อกหลังแต่ว่าการที่เราจะบล๊อกหลังก็กลัวเกี่ยวกับเรื่องของผลข้างเคียงที่เราจะต้องเพราะว่าบางคนก็ได้ไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของผลข้างเคียงของการที่เราต้องบล๊อกหลัง 

เพราะว่าเราต้องทำตัวงอเหมือนกับกุ้งเพื่อที่จะทำการบล็อกหลังหรือว่าฉีดยาเข้าไปที่กระดูกสันหลัง และในวันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับเรื่องของการบล็อกหลังว่ามีอะไรบ้างที่มีผลข้างเคียง  และข้อดีของการที่เราบล็อกหลังมาดูกัน  

        ข้อดีของการบล็อกหลัง 

  1. ในขณะที่เรากำลังจะคลอดน้องเราจะไม่รู้สึกถึงอาการเจ็บปวด ในช่วงที่เราทำคลอด 
  2. ในขณะที่คุณหมอกำลังทำคลอดตัวเราเองจะรู้สึกตลอดเวลาในขณะที่เราคลอดน้อง แต่ว่าไม่รู้สึกเจ็บ  
  3. เมื่อลูกน้อยตอนที่อยู่ในท้องจะไม่ถูกกดการหายใจ   แต่ถ้าหากเป็นการที่เราต้องดมยาสลบ ตัวยาก็จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้ลูกน้อยของเราเกิดอาการเกี่ยวกับตัวเขียวได้ 
  4. ในขณะที่คุณหมดทำการเย็บแผลเราจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บ 

ผลข้างเคียงกับการบล็อกหลังที่คุณแม่จะต้องเจอ  

  • การที่เราบล็อกหลังอาจจะต้องเจอกับการที่เราต้องทำตังงอเพื่อที่จะต่องฉีดยาและอาจจะมีอาการเจ็บที่สันหลัง จนทำให้ร้าวไปขา อย่างนี้เป็นต้น  
  • ผลของยาชาที่เราฉีดเข้าไปจะต้องเจอกับการขยายตัว ในบางครั้งอาจจะต้องเจอเกี่ยวกับเรื่องของความดันลดลง และอาจจะทำให้ลูกของเราเกิดอาการเกี่ยวกับการขาดออกซิเจนชั่วขณะ 
  • หลังจากที่เราได้ผ่าตัดแล้วเราอาจจะต้องเจอเกี่ยวกับเรื่องการที่เราจะเจอเกี่ยวกับอาการปวดหัว  หรือว่าเวียนหัว อาเจียน คลื่นไส้อย่างนี้เป็นต้น  
  • ในช่วงที่เราถูกฉีดยาเราจะไม่สามารถที่จะขยับตัวได้ 2-4ชั่วโมงหลังจากที่เราได้ทำการผ่าตัดเสร็จ
  • ในช่วงนั้นเราเองจะไม่สามารถที่จะให้นมลูกได้เพราะว่าเราจะรู้สึกอ่อนเพลีย และอาจจะหลับไป 
  • เราจะฉี่ไม่ออกเพราะว่าเกิดจาการที่เราผลข้างเคียง ดังนั้นเราต้องมีการสวนสายฉี่เข้าไปช่วยในเรื่องของการฉี่นั่นเอง  
  • โดยอาการปวดหลังจะเป็นได้อยู่ในช่วงของหนึ่งเดือนถึงสองเดือนแรก แต่ว่าอาจจะมีคุณแม่บางคนที่จะต้องเจอเกี่ยวกับอาการปวดหลังนี้นานเป็นเดือนหรือว่าไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นการที่เราต้องเกี่ยวกับอาการปวดหลังจากพักฟื้น  อาจจะเป็นอยู่ในช่วงของสี่ห้าเดือนไปแล้วถึงจะมีอาการปวดหลังขึ้นมาแทนนั่นเอง  

ถึงแม้ว่าอาการบล็อกหลังอาจจะเป็นอากาเกี่ยวกับการปวดแต่ว่าถ้าเราได้นอนพักฟื้นอาการที่เราปวดก็จะค่อยๆดีขึ้นมาแทน  แต่ว่าก็ไม่ใช่ปัญหาที่มากมายอะไรเพราะว่าอาการข้างเคียงของเราจะค่อยๆหายไปต่อเมื่อเราได้ได้พักผ่อนที่เพียงพอ   

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงหวยหุ้นออนไลน์

อาหารสำหรับภาวะวัยทอง

สำหรับภาวะวัยทองก็ถ้าผู้ที่มีอายุยืนยาวอย่างพวกเราเป็นต้นจะต้องผ่านทุกคนไม่ใช่จะมีเฉพาะคุณผู้หญิงที่เป็นภาวะวัยทองคุณผู้ชายก็เป็นได้แต่ว่าอาการจะน้อยกว่านั่นเองคุณผู้หญิงนั้นจะโด่งเด่นมากเลยเพราะฉะนั้นแล้วสำคัญสุดในผู้หญิงส่วนคุณผู้ชายก็ฟังเอาไว้แล้วก็อาจจะบอกต่อให้ภรรยาได้ฟัง

โดยอาหารกลุ่มแรกที่มีความจำเป็นสุดๆสำหรับผู้ที่มีภาวะวัยทองนั่นก็คืออาหารกลุ่มที่มีไฟโตเอสโตรเจนสูงๆ เขาจะเรียกเป็นสารพฤกษฮอร์โมนที่เป็นฮอร์โมนจากพืชนั่นเองตัวไฟโตเอสโตรเจนจริงๆแล้วมีอยู่ในพืชผักพวกนี้เยอะมากประมาณ300ชนิดแต่ที่เจ๋งมากที่สุดนั้นก็คือถั่วเหลือนั่นเอง

ซึ่งไฟโตเอสโตรเจนจะทำหน้าที่เหมือนฮอร์โมนเอสโตเจนและผู้ที่มีภาวะวัยทองฮอร์โมนเอสโตเจนจะลดลงจนกระทั่งหมดไปเราก็รับประทานตัวนี้แหละเพื่อเพิ่มเอสโตเจนให้กับเราอารมณ์ว่าให้ร่างกายของเราปรับไปทีละนิดๆเพราะฉะนั้นแล้วอาการของวัยทองจึงลดลงแล้วถามบอกว่าอย่างนั้นไปกินฮอร์โมนเอสโตเจนเลยดีกว่าจะมานั่งกินอาหารที่มีเอสโตเจนเล็กๆน้อยๆทำไม

ดังนั้นเราต้องขอบอกแบบนี้ก่อนว่าสารพฤกษฮอร์โมนหรือไฟโตเอสโตรเจนตัวนี้เมื่อเทียบกับเอสโตเจนที่เป็นฮอร์โมนเฉยๆเราคิดว่ามันดีกว่าตรงจุดนี้มีความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าโดยปกติถ้าเรากินฮอร์โมนเพื่อรักษาอาการร้อนวูปวาบหรืออะไรพวกนี้จะมีความเสี่ยงในการเป้นมะเร็งเต้านมมาก

เพราะฉะนั้นผู้ที่มีประวัติการเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งต่างๆก็ไม่ควรที่จะใช้ฮอร์โมนเอสโตเจนอยู่แล้วนอกจากนีตัวไฟโตเอสโตรเจนยังมีฤทธิ์สามารถที่จะยับยั้งหรือว่าลดอุบัติการณ์ในการเป็นมะเร็งเต้านมได้อีกด้วยดังนั้นแล้วการรับประทานตัวไฟโตเอสโตรเจนจากพวกพืชผักน่าจะดีกว่ารับประทานเอโตเจนที่เป็นฮอร์โมนเราจึงขอแนะนำเลยถั่วเหลืองถ้ามว่ามีอย่างอื่นไหมมีจะไปกินถั่วเหลืองกันทุกวันก็ไม่ใช่เรื่อง

โดยผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองเช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ถั่วไม่ใช่เต้าหู้ไข่แล้วก็จะเป็นตัวถั่วเหลืองเองไม่พอน้ำเต้าหู้ก็ยังได้แต่อย่าใส่น้ำตาลมากถามว่ากินแต่ถั่วเอาอย่างอื่นก็มีเช่นน้ำมะพร้าวเนื้อห้ามเยอะเพราะจะทำให้อ้วนแล้วมีอะไรอีกกระเทียมแปะก๊วยก็มีงาก็มีลูกพรุนก็มีแต่ถั่วเหลืองเยอะสุดแล้วมีอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือพวกขนมปังโฮลวีตพวกขนมปังธัญพืชก็มีสารพฤกษฮอร์โมนหรือมีตัวไฟโตเอสโตเจนเยอะแล้วก็จะช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายได้ดีลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    แทงหวยหุ้นออนไลน์

เทคโนโลยีการแพทย์

เทคโนโลยีการแพทย์นั้นสำคัญมากๆสำคัญคนในยุคปัจจุบัน เพราะว่า คนในปัจจุบันนี้นิยมชอบให้ตนเองมีสุขภาพร่างกายที่ไม่ว่าจะอายุเยอะขึ้นขาดไหนก็ยังอยากจะมีสุขภาพที่ยังแข็งแรงอยู่ ซึ่งในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ก็ได้ก้าวหน้าไปมาก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องสุขภาพ เรื่องการรักษาโรคต่างต่าง รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาโรคต่างๆอีกด้วย

อย่างเช่น เครื่องผ่าตัด ซึ่งในสมัยก่อนนั้นการผ่าตัดถือว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงและอันตรายมากๆต่อคน คนหนึ่งที่จะทำการรักษา เพราะว่ามันมีผลข้างเคียงในการรักษาเยอะมากๆ และเสี่ยงที่จะไม่ฟื้นก็เป็นไปได้เช่นกัน ฉะนั้นจึงมีการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาเพื่อรักษา เพื่อที่จะได้ผลการรักษาที่ดีและปลอดภัยที่สุด

  ซึ่งเทคโนโลยีการผ่าตัดอันนี้ มันทั้งปลอดภัยและช่วยในเรื่องแผลที่ผ่าด้วย เพราะมันจะมีแผลที่เล็กมากๆ ทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษา และช่วยในเรื่องรูปลักษณ์ของคนที่ผ่าด้วย  ซึ่งมันดีมากๆ และมีประโยชน์มากๆสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ เช่นหมอ พยาบาล เพราะเจ้าเทคโนโลยีเครื่องนี้นี้จะมาช่วยให้ หมอ พยาบาลทำงานได้ง่ายมากขึ้น

ประหยัดเวลาในการผ่าตัดมากขึ้น เพราะความแม่นยำมากขึ้นนั้นเอง และนอกเนื่องจากเจ้าเทคโนโลยีเครื่องผ่าตัดนี้ ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆอีกมากมาย เช่น เทคโนโลยีที่ช่วยในการวินิจฉัยโรคต่างๆ ซึ่งเจ้าเครื่องนี้จะทำการวินิจฉัยให้ว่า คนที่มารับการรักษาป่วยเป็นโรคอะไร และเกิดจากอะไร ซึ่งเจ้าเทคโนโลยีนี้จะมีการรักษา คือจะต้องนำเอาเกร็ดเลือดของคนที่มารักษานั้น

มาใส่ในเครื่องเพราะตรวจหาค่าต่างๆ เพราะทำการวินิจฉัยโรคนั้นเอง ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถตรวจหาโรคเบาหวาน หรือโรคภูมิแพ้ได้ด้วยเช่นกัน  และนอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอย่างอื่นอีกนะคะ เช่น เครื่องอัลตราซาวด์นั้นเองค่ะ เครื่องอัลตราซาวด์นี้มีหน้าที่คือ เวลาที่เรา

อัลตราซาวด์นั้น เราจะสามารถมองเห็นอวัยวะภายในของเราได้ ในสมัยก่อนอาจจะทำได้แค่ฟังเสียงของอวัยวะ แต่ในปัจจุบันนั้น สามารถอัลตราซาวด์เห็นเห็นถึงอวัยวะภายในได้เลยว่ามีลักษณะอย่างไร และมีอะไรแปลกไปจากเดิมหรือไม่ ? ซึ่งนั้นเองมันทำให้การรักษานั้นมีผลที่ดี และรักษาได้ง่ายมากขึ้น วินิจฉัยโรคได้เร็วมากขึ้นอีกด้วย

และที่นิยมกันมากในสมัยนี้ก็คือ การอัลตราซาวด์ดูทารกในครรภ์ เพื่อที่จะดูว่าเด็กที่อยู่ในครรภ์นั้นเป็นเพศอะไร และมีลักษณะอย่างไร และเพื่อติดตามครรภ์ของคนเป็นแม่ด้วยว่า เด็กมีวิวัฒนาการณ์ดีไม และสุขภาพที่ดีหรือไม่ ซึ่งการทำแบบนี้จะดีต่อทั้งตัวคุณแม่เองและรวมไปถึงเด็กที่อยู่ในครรภ์ด้วย จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์นั้นมีประโยชน์มากจริงๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยหุ้นออนไลน์