ปัญหาการอยู่ร่วมกันของคนในชุมชน 

             เมื่อวันที่ 10 เดือนมีนาคม ปีพ .ศ. 2564  ในโลกสังคมออนไลน์ ได้มีผู้ใช้งานเฟสบุ๊กรายหนึ่ง ถ่ายภาพรูปวิว รอบรอบบริเวณคอนโดที่เขาอาศัยอยู่ แต่ว่าวิวที่ถ่ายออกมานั้น เป็นวิวที่หลายคนที่ได้เห็นคงพากันกลัว และตกใจอย่างมากเลยทีเดียว นอกจากเขาจะโพสต์ภาพวิวแล้ว เขายังสอบถามคนในโลกโซเชียลอีกด้วยว่า หากต้องเจอกับวิวที่เขาโพสต์ให้ดูนี้ เขาสามารถร้องเรียนหน่วยงานไหนได้หรือไม่ 

               แน่นอนบ้างหากมีการเข้าไปดูจะเห็นได้ว่าวิวทิวทัศน์โดยรอบนั้นก็เป็นทั่วไปมีทั้งถนนและมีทั้งตึกรามบ้านช่องมากมายแต่สิ่งที่แตกต่างจากที่อื่นก็คือบริเวณที่โกดังด้านล่างที่อยู่ใกล้กับคอนโดของผู้โพสต์นั้นปรากฏว่าบริเวณหลังคาได้มีการนำภาพ เหมือนกับบ้านร่างหรือวัด และมีหน้าคนที่หน้าตาน่ากลัวประมาณ 3 คนอีกทั้งยังมีข้อความว่าให้ไปสู่ที่ชอบที่ชอบ เขียนกำกับเอาไว้ซึ่งถ้าใคร มองออกมานอกคอนโดก็จะเห็นภาพน่ากลัวนี้ทันที

         ดังนั้นผู้ที่โพสต์ จึงได้มีการโพสต์ถามคนในโลกออนไลน์เพราะเขาต้องทนเห็นวิวน่ากลัวแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วซึ่งภาพดังกล่าวนั้นเป็นภาพที่ทางโกดังที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้กับคอนโดของผู้โพสต์นั้นได้มีการทำขึ้นโดยก่อนหน้านั้นก็เป็นภาพอื่นซึ่งเป็นภาพลักษณะของโรงศพให้กับคนในคอนโดเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมองออกมาในช่วงเวลาตอนกลางคืน

          อย่างไรก็ตามสำหรับคำถามที่ผู้โพสต์ถามเกี่ยวกับเรื่องของการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆได้หรือไม่นั้นยังไม่มีใครที่จะเข้ามาให้ข้อมูลแต่คนส่วนใหญ่ที่ได้เห็นภาพดังกล่าวนั้นต่างก็เชื่อกันว่าภาพนั้นน่าจะเกิดจากเจ้าของโกดังเกิดความรู้สึกไม่พอใจและน่าจะเคยมีปัญหากับเจ้าของคอนโดมาก่อนจึงได้มีการโพสต์ภาพน่ากลัว

         แน่นอนว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นของคนในสังคมที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งอาจจะมีการทะเลาะเบาะแว้งกัน นอกจากทะเลาะกันแล้วก็ยังมีการโพสต์ภาพเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งนั้นเกิดความไม่พอใจเรียกว่าเป็นปัญหาความขัดแย้งของคนในชุมชนเลยก็ว่าได้ซึ่งการที่เราอาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันนั้นก็มักจะมีปัญหาขัดแย้งกันได้   

 แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือการที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องหันหน้ามาพูดคุยกันและยอมอลุ่มอล่วยให้กัน คนในชุมชนถึงจะสามารถอยู่ได้ อย่างมีความสุข สำหรับเคสนี้ มีหลายคนเข้ามาบอกว่า ทั้งคนที่อาศัยอยู่ในคอนโด และเจ้าของโกดัง ดังกล่าวกำลังมีปัญหากันอย่างรุนแรง และตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการฟ้องร้องกันแล้ว

 

สนับสนุนโดย.   หวยฮานอยเล่นยังไง

โรงแรม แอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน แจ้งความเอาผิดหนุ่มรีวิว อาหารสุดสยองช่วงกักตัว 

           หากยังจำกันได้ดีที่มีข่าวในวันที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์ปีพศ. 2564 เมื่อมีชายคนหนึ่งได้ออกมาโพสต์ Facebook รีวิวเกี่ยวกับเรื่องของการกักตัว 14 วันจากปัญหาการระบาดของไวรัสโควิช- ซึ่งในครั้งนั้นก็ได้มีการถ่ายภาพอาหารภาพบรรยากาศภายในห้องพักโดยระบุว่าเป็นการกักตัวฟรีที่ทางรัฐบาลเตรียมให้และปัญหาที่เขาพบคือความไม่สะอาดของห้องพักและอาหาร

          แน่นอนว่าเมื่อมีการเผยแพร่เรื่องราวนี้ออกไปก็ทำให้โรงแรมซึ่งเป็นสถานที่ในการกักตัวของชายหนุ่มคนดังกล่าวนั้นออกมาพูดถึงผลกระทบที่เขาได้รับหลังจากที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวได้มีการรีวิวข้อมูลที่พักเพราะพาดพิงถึงโรงแรมของพวกเขานั้นเอง  

             โดยทางด้านผู้บริหารของโรงแรมได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของความสะอาดของอาหารรวมถึงที่พักของโรงแรมและยังมีอื่นๆอีกมากมายที่มีการรีวิวนั้นทั้งโรงแรมมองว่าเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จและส่งผลเสียต่อทางโรงแรมเป็นอย่างมากทำให้ทางโรงแรมนั้นเตรียมตัดสินใจที่จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับชายหนุ่มคนดังกล่าว

           สำหรับโรงแรมที่ถูกรีวิวเกี่ยวกับบรรยากาศภายในโรงแรมถึงความไม่สะอาดของห้องพักและอาหารนั้นก็คือโรงแรมระดับ 4 ดาว นั่นก็คือ โรงแรม แอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน  นั่นเอง  อย่างไรก็ตามสำหรับชื่อโรงแรมนี้เราทราบกันดีว่าเป็นโรงแรมค่อนข้างหรูและมีระดับและที่สำคัญค่าที่พักของโรงแรมแห่งนี้นั้นค่อนข้างแพงมากเลยทีเดียวเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงมากโรงแรมหนึ่งและมีหลายสาขา

         แต่หลังจากที่มีการ ได้รับผล กระทบจากปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด ทำให้ไม่มีคนเข้าพักส่งผลทำให้ทางด้านรัฐบาลต้องออกมา  ช่วยเหลือด้วยการให้โรงแรมเป็นสถานที่กักตัวสำหรับประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศหรือสำหรับประชาชนที่อยู่ในความเสี่ยงที่จำเป็นต้องกักตัว

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวทราบว่าทาง โรงแรม แอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน  จะมีการเอาผิดตนเองงั้นเขาได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าเขาไม่ได้เกิดความหวาดกลัวแต่อย่างใดเพราะสิ่งที่เขาพูดมันคือเรื่องจริงและเขายังมีหลักฐานอีกมากมายที่จะสามารถฟ้องกลับ โรงแรม แอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน ได้อีกด้วย

       ที่สำคัญไม่ใช่เพียงแค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เจอปัญหายังมีประชาชนอีกหลายคนที่ไปกักตัวพร้อมกันกับเขาก็เจอปัญหาเช่นเดียวกันและทุกคนเตรียมออกจะมาเปิดเผยและแฉถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกันเพื่อให้คนในสังคมไทยได้รับรู้ 

    สำหรับโรงแรมที่จะเข้าร่วมโครงการที่ใช้สำหรับเป็นสถานที่กักตัวนั้น ปกติแล้วจะมีกรมควบคุมโรค เข้ามาดูแลเรื่องของความสะอาด

 

สนับสนุนโดย.    ถ่ายทอดสดหวยฮานอยวันนี้

แอพพลิเคชั่น เป๋าตัง  อาจมีการนำลอตเตอรี่มาขาย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ขายเกินราคา

            สำหรับปัญหาเกี่ยวกับการขาย ลอตเตอรี่เกินราคา ที่ประเทศไทยกำลังมีปัญหาอยู่ในตอนนี้และปัญหานี้มีการแก้ไขมานานแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้  โดยลอตเตอรี่นั้นมีการกำหนดเอาไว้ว่าจะต้องมีการขายใบละไม่เกิน 80 บาทเท่านั้นแต่ปัจจุบันตามแผงร้านขาย ลอตเตอรี่นั้นมีการขายฉบับละไม่ต่ำกว่า 100 บาทกันเลยทีเดียว 

              ดังนั้นทางด้านกองสลากจึงเล็งเห็นความสำคัญ ของการแก้ไขปัญหาลอตเตอรี่ขายแพงกำลังมีการเตรียมแผนการแก้ไขปัญหา การขายลอตเตอรี่เกินราคาด้วยการมีการทดลองการซื้อลอตเตอรี่ผ่านทางแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง    โดยวิธีการนั้นจะใช้เป็นการที่ลูกค้าสามารถที่จะซื้อลอตเตอรี่ แล้วจ่ายเงินผ่านทางแอพพลิเคชั่นเป๋าตังได้ 

      สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ทางด้านกองสลากมองว่าลูกค้าสามารถไปซื้อลอตเตอรี่มาจากร้านค้าไหนก็ได้ชำระเงินนั้นให้ชำระผ่านทาง App เป๋าตัง ดังนั้นมันจะสามารถควบคุมเรื่องของราคาของลอตเตอรี่ได้อย่างแน่นอน

         ซึ่งราคาของลอตเตอรี่ที่มีการขายจากกองสลากนั้นจะอยู่ที่ 80 บาทและร้านค้าทั่วไปก็ต้องขายผ่านทางร้านของตัวเองนั้นในราคา 80 บาทเช่นเดียวกัน เพราะถ้าหากมีการขายเกินราคา ผู้ดูแลระบบแอพพลิเคชั่นต่อต่างๆก็จะสามารถทราบได้ทันทีว่า กำลังมีการขายสินค้าเกินราคาอยู่ ซึี่งสามารถตรวจสอบได้ด้วยว่าร้านไหนมีการขายเกินราคานั่นเอง

และในขณะนี้ทางด้านกองสลากเองกำลังมีการทดสอบระบบโดยมีการทดสอบกับตัวแทนที่นำ ลอตเตอรี่ไปขายโดยจะทดสอบสำหรับร้านค้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้นซึ่งในขณะนี้มีร้านค้าที่สนใจร่วมโครงการ  ไปทั้งหมด 56 แล้วและยังคงมีการเปิดรับสมัครร้านค้าที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการการขาย ลอตเตอรี่กับ app เป๋าตังค์ อย่างต่อเนื่อง 

         อย่างไรก็ตามการซื้อขายลอตเตอรี่ผ่านทางแอพพลิเคชั่นต่อตามนั้นไม่ได้มีข้อดีเพียงแค่ราคาของลอตเตอรี่จะไม่ถูกโก่งราคาขึ้นมาเพียงเท่านั้น   แต่ยังสามารถดูแลผู้ที่ซื้อลอตเตอรี่ไปได้ด้วยว่าถ้าหากลอตเตอรี่นั้นมีการถูกรางวัลสามารถเช็คได้ว่าลอตเตอรี่ฉบับนั้นใครเป็นผู้ถูกรางวัลเพราะตอนที่ซื้อและตอนที่จ่ายเงินนั้นจะต้องมีการระบุตัวตนของผู้ซื้อเล่นเอง

        ดังนั้นกับเรื่องของ ลอตเตอรี่ที่มีการโกงกันเกิดขึ้นในช่วงนี้ อยู่บ่อยๆนั้น จะไดัรับการแก้ไขทันที  เพราะการซื้อขาย โดยมีการลงทะเบียนการใช้งานผู้ใช้งาน app เป๋าตังเอาไว้ จะทำให้เช็คได้และยังเป็นหลักฐานชั้นดีอีกด้วย ซึ่งหากมีการทดลองการขายลอตเตอรี่ผ่าน app เป๋าตังแล้วผลตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดี  ในอนาคตอันใกล้ก็อาจจะมีการเปิดการซื้อขาย ลอตเตอรี่ผ่านแอปนี้อย่างเป็นทางการ

 

สนับสนุนโดย.   วิธีสมัครหวยออนไลน์

เตือนภัยแม่ค้าหัวใสลูกค้าใช้โครงการคนละครึ่ง

             นับได้ว่าค่อนข้างมีปัญหามากเลยทีเดียวสำหรับโครงการคนละครึ่งที่มีการออกมาเพื่อหวังกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้จ่ายโดยมีแผนการให้ประชาชนจ่ายครึ่งหนึ่งและรัฐบาลช่วยเหลือค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่งซึ่งเงื่อนไขของการใช้จ่ายนี้จะใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 150 บาท

สำหรับสั่งของทางรัฐบาลที่จะช่วยเหลือในการออกค่าใช้จ่ายโดยมีเงื่อนไขว่าวงเงินที่ให้สูงสุดนั้นอยู่ที่ 3,000 บาทและสามารถใช้ได้จนถึงสิ้นปีและโครงการนี้ก็เป็นแนวทางที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมากเลยทีเดียว

ถึงแม้จะมีปัญหาเยอะแต่ประชาชนก็สนใจเข้าร่วมโครงการนี้เยอะมากด้วยเช่นเดียวกันซึ่งจะมีการเปิดเฟส 2 ให้ประชาชนลงทะเบียนในเดือนมกราคมปี 64 นี้อีกครั้งหนึ่งนับได้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จมาก

        ในขณะที่โครงการประสบความสำเร็จแต่เราพ่อค้าแม่ค้าในโครงการต่างก็พยายามที่จะหาแนวทางในการโกงเงินในโครงการนี้ซึ่งล่าสุดก็มีการออกมาเผยแพร่จากลูกค้าหญิงคนหนึ่งซึ่งเธอบอกว่าเธอไปใช้บริการคนละครึ่งที่จังหวัดอุบลราชธานีโดยเธอไปซื้ออาหารที่ร้านแห่งหนึ่งช่วงเวลาประมาณ 20:24 น.  ของวันที่ 29 เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ.2563 

โดยหญิงสาวคนดังกล่าวบอกว่าเธอและเพื่อนได้ไปซื้อของร้านค้าดังกล่าวและหลังจากที่เธอซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้วจะทำการชำระเงินแม่ค้ากลับแจ้งให้เธอจ่ายเงินเพิ่มอีก 10 บาทโดยอ้างว่าเงิน 10 บาทนี้เป็นเงินที่ลูกค้าต้องจ่ายเพราะแม่ค้าเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งจะต้องมีการสมัครอินเทอร์เน็ตต้องเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 400 บาทดังนั้นเงินส่วนนี้แม่ค้าจึงขอเรียกเก็บเพิ่ม

        เมื่อเธอได้ยินดังนั้นเธอจึงขอจ่ายเป็นเงินสดแต่แม่ค้าคนดังกล่าวก็ไม่ยินยอมโดยไม่ยอมคืนเงิน 10 บาทให้เธอซึ่งเธอนั้นมองว่าการที่แม่ค้าดังกล่าวทำแบบนี้เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคเพราะแม่ค้าไม่ได้มีการติดป้ายเตือนเอาไว้ว่าหากซื้อร้านค้านี้แล้วจะต้องเสียตังค์เพิ่มต่างหากอีก 10 บาทค่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตของแม่ค้า 

ดังนั้นเธอจึงได้นำเรื่องราวที่เธอเจอมาโพสต์ลงในโลกออนไลน์เพื่อหวังให้ประชาชนที่จะไปซื้อสินค้าของแม่ค้าคนดังกล่าวนั้นได้ทราบเงื่อนไขการใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งของแม่ค้าคนดังกล่าวเพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อและเพื่อที่จะได้ให้สังคมได้รับรู้ว่ายังคงมีร้านค้าที่มีการคิดหาช่องทางได้เงินเพิ่มหรือเรียกว่าความหัวใสของแม่ค้านั่นเอง

        สำหรับโครงการนี้จำเป็นต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการนี้โดยตรงตรวจสอบร้านค้าที่มักจะมีการหัวใสหาวิธีการต่างๆเพื่อเรียกเก็บเงินจากลูกค้าเพิ่มเป็นการแก้ปัญหาลูกค้าถูกรัดเอาเปรียบนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์ lotto

ประกาศตามหาเจ้าของแบงค์ร้อย

ประกาศตามหาเจ้าของแบงค์ร้อยที่มีลายเซ็นเริ่มชุลมุนเมื่อมีคนยืนยันว่าเป็นเจ้าของพร้อมกันถึง 2 คน 

          ก่อนหน้านี้ได้มีผู้ชายคนหนึ่งได้โพสต์ Facebook บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความประทับใจเมื่อเขาได้เห็นแบงค์ร้อยใบหนึ่งในนั้นมีการระบุข้อความเอาไว้ว่าเงินดังกล่าวนั้นเป็นเงินที่ลูกให้เขาครั้งแรกซึ่งผู้ที่โพสต์ Facebook นั้นระบุว่าตัวเขาเองนั้นได้ไปกดเงินจากตู้ atm

และนำไปซื้อของแต่เมื่อเห็นข้อความบนแบงค์ร้อยก็เกิดความรู้สึกประทับใจกับข้อความดังกล่าวและคิดว่าผู้ที่เป็นเจ้าของเดิมน่าจะอยากเก็บแบงค์ 100 นี้เอาไว้เพราะเป็นแบงค์ 100 ที่มีคุณค่าแก่ความทรงจำของเจ้าของดังนั้นเขาจึงได้มีการประกาศผ่านทาง facebook

ตามหาเจ้าของแบงค์ 100 ดังกล่าวโดยให้ชาวโซเชียลช่วยกันแชร์ต่อไปเพื่อที่เจ้าของนั้นจะได้เห็นข้อมูลนี้และมารับแบงค์ 100 คืนอย่างไรก็ตามเกิดเหตุชุลมุนขึ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อมีผู้มาติดต่อชายหนุ่มถึง 2 คนด้วยกันโดยทั้งคู่นั้นระบุว่าเป็นลูกสาวของเจ้าของเงิน

และพวกเขานั้นจำลายมือพ่อของพวกเขาได้และมีหนึ่งในคนที่ติดต่อเข้ามาระบุด้วยว่าเธอได้มีการถ่ายรูปข้อความที่เขียนส่งไปให้พ่อของเธอได้ดูและพ่อยืนยันว่านี่คือลายมือที่พ่อมีการเขียนเอาไว้แต่อย่างไรก็ตามอีกคนนึงที่ติดต่อเข้ามาก็ระบุว่าแบงค์ 100 ดังกล่าวก็เป็นของพ่อของเธอเช่นเดียวกันจึงทำให้ชายหนุ่มที่มีการโพสต์ Facebook

ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าท้ายที่สุดแล้วใครเป็นเจ้าของเงินดังกล่าวกันอย่างแน่นอนซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของเงินแต่อย่างไรเพราะหญิงสาวทั้งสองคนติดต่อมาหาชายหนุ่มนั้นยินดีที่จะเอาเงินแบงค์ 100 ของตนเองมาแลกแบงค์ร้อยของชายหนุ่มดังนั้นมันไม่ได้มีผลในเรื่องของเงินแต่มีผลทางด้านคุณค่าทางจิตใจและชายหนุ่มเองก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเงินแบงค์ 100 ตัวจริงเพราะเมื่อให้นำลายเซ็นของคุณพ่อของทั้งสอง

ท่านมาตรวจสอบดูก็พบว่าไม่ตรงกับรายเซ็นบนธนบัตรที่ชายหนุ่มมีแต่การเขียนลายมือทั่วๆไปตัวหนังสือก็มีความคล้ายคลึงกันจึงทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในตอนนี้ว่าท้ายที่สุดแล้วธนบัตรใบละ 100 บาทนี้จะตกเป็นของฝั่งไหนกันแน่ระหว่างสองคนที่มีการติดต่อเข้ามา

       สำหรับปัญหาเรื่องของธนบัตรใบละ 100 บาทที่กำลังตามหาเจ้าของกันอยู่นั้นอันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องราวที่จะต้องมาแย่งกันเพราะจริงๆแล้วพ่อแม่เมื่อนำธนบัตรนั้นออกไปใช้แล้วก็คงไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้วหากลูกจะให้เงินใหม่พ่อแม่ก็จะสามารถเก็บสะสมไว้ใหม่ได้

โดยระบุว่าเป็นเงินที่ลูกมอบให้ใช้จ่ายเพราะฉะนั้นคุณค่าทางจิตใจนั้นอยู่ในจิตใจไม่ได้อยู่ที่ตัวธนบัตรนั่นเองเพราะฉะนั้นเรื่องนี้หากทางเจ้าของ Facebook คนแรกไม่นำออกมาโพสต์ก็จะไม่เกิดยุ่งยากกับตัวเองแบบนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ซื้อ หวยออนไลน์ รัฐบาล

สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ มีใบประกอบวิชาชีพเพียงแค่ 98 คน

 อึ้งหนักมาก เมื่อตรวจสอบพบครูทั้งหมด 400 คน ของ สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ มีใบประกอบวิชาชีพเพียงแค่ 98 คน

          จากข่าวที่ครูประจำชั้นและครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล  ทำให้กระทรวงการศึกษาธิการต้องเข้ามาดูแลตรวจสอบ เนื่องจากทางด้านผู้ปกครองของเด็กได้มีการร้องเรียนเพิ่มเติมนอกจากการที่ครูทำร้ายเด็กแล้ว  ยังพบอีกว่าครูหลายคนในโรงเรียนแห่งนี้เรียนจบเพียงแค่ระดับชั้น ม.6 ก็มาเป็นครูกันแล้ว 

         ดังนั้นผู้ปกครองจำนวนหลายร้อยคน เรียกได้ว่าเป็นผู้ปกครองของทุกระดับชั้นเลยก็ว่าได้ที่มีการยื่นเอกสาร ส่งคำขอ ให้มีการแจงหลักฐานเป็นใบประกอบวิชาชีพของครูแต่ละคนมาให้ผู้ปกครองทำการตรวจสอบ  ไม่ว่าจะเป็นคนคนไทย หรือครูชาวต่างชาติ รวมถึงที่เป็นครูพี่เลี้ยงด้วยเช่นเดียวกัน

        และจากการที่ทางด้านโรงเรียนพยายามปฎิเสธ ไม่ให้ตรวจสอบมาตลอด ในที่สุดก็ไม่สามาถทนกระแสของสังคมได้ สุดท้ายทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงได้สั่งการลงมาโดยตรงและให้คนของกระทรวงเข้าทำการตรวจสอบเอกสารวุฒิการศึกษาของครูทุกคนที่สอนอยู่ภายในโรงเรียน สารสาสน์วิเทศ ราชพฤกษ์ ทันที

       โดยเอกสารนั้นมีการระบุจำนวนครูที่สอนอยู่ภายใน โรงเรียน สารสาสน์วิเทศ ราชพฤกษ์ แห่งนี้มีครูมากถึง 400 คนด้วยกัน แต่เมื่อทำการตรวจใบประกอบวิชาชีพ ซึงจะเป็นหลักฐานสำคัญว่าครูคนดังกล่าวนั้นได้เรียนจบครูมาหรือไม่นั้น กลับพบว่ามีคนที่จบครูแค่เพียง 98 คนเท่านั้นจาก 400 คน นั่นหมายถึงว่าโรงเรียน สารสาสน์วิเทศ ราชพฤกษ์ แห่งนี้มีการรับคนที่ไม่ได้มาตรฐานการเป็นครูมาสอนเด็กนักเรียน   ซึ่งสวนทางกับค่าเทอมที่ผู้ปกครองต้องจ่ายเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

        สำหรับเรื่องที่ครูในโรงเรียนไม่มีใบประกอบวิชาชีพนั้นก็เพราะว่า โรงเรียนไม่ยอมรับสมัครคนที่จบทางด้านครูมาโดยตรง เพราะหากมีการตรวจสอบตามมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศแล้วจะพบว่าในแต่ละปีนั้นจะมีคนที่จบทางด้านครูมาโดยตรงนั้นเยอะมาก และยังมีอีกมากที่ยังหางานทำไม่ได้

         ซึ่งเรื่องนี้ทาง โรงเรียน สารสาสน์วิเทศ ราชพฤกษ์ จะต้องรีบจัดการแก้ไขเป็นการด่วน เพราะในเรื่องที่หลอกลวงเอาคนที่ จบเพียงแค่ ม.6 มาสอนหนังสือแล้วอ้างว่าจบครูมานั้น ทางด้านผู้ปกครองต่างก็รวมตัวกันฟ้องร้องกับทางโรงเรียนอยู่ในขณะนี้ และทางด้านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เองก็ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะให้ทางโรงเรียนรีบแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะผู้ปกครองเป็นจำนวนมากไม่พอใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก 

         และจากปัญหาของ โรงเรียน สารสาสน์วิเทศ ราชพฤกษ์ นี้เองส่งผลให้โรงเรียน สารสาสน์ สาขาอื่นอื่นอีกกว่า 40 สาขาจะต้องถูกตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน 

  

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงหวยจับยี่กี

พระแจ้งความจับหนุ่มหัวร้อนออกมาทำร้ายพระ

      เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 17 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2563 ช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณ 19:30 น.โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เหตุเกิดภายในวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งคนที่ถ่ายคลิปเอาไว้นั้นเป็นพระโดยธรรมพระสงฆ์ได้มีการไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจไว้เรียบร้อย

แล้วจากเหตุการณ์ในพื้นที่เห็นได้ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินทางมาที่วัดในช่วงเวลาค่ำแล้วเข้ามาทำร้ายร่างกายพร้อมส่งพร้อมทั้งยังข่มขู่พระและหลานชายของพระสำหรับต้นเรื่องของเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นได้เล่าให้ฟังว่าตั้งเวลาซักประมาณ 19:00 น.

ขณะที่พระกำลังเดินกลับมากุฏิของตนเองอยู่นั้นไม่มีหมา 2 ตัวเอาพระด้วยเสียงอันดังและมันพยายามที่จะมุดรั้วออกมาซึ่งทางกลับกุฏิของพระจะต้องเดินผ่านบ้านหลังเจ้าของเรื่องที่ก่อเหตุเมื่อเช้าเห็นว่าหมากลางจะออกมาจึงได้เอาไฟฉายส่องดูเลยตั้งใจว่าจะเอาไฟฉายส่องไล่หมาพระเองกลัวว่าหมาจะออกมากัดในเมื่อกล่องไปที่หมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ก็รีบเดินกลับกุฏิของตนเองโดยที่กุฏิของพระนั้นจะมีหลานชายของพระอายุ 10 ขวบมาอาศัยอยู่ด้วยซึ่งตอนนั้นหลานอายุ 10 ขวบกำลังนั่งกินข้าวอยู่ชายเจ้าของบ้านที่มีหมาก็เดินทางมาที่กุฏิแล้วก็หาเรื่องเคยต่อว่าพระทราบส่องไฟเข้าไปในบ้านเขาแล้ว

ยังเดินทำให้หมาเห่าพร้อมทั้งยังด่าทอพระต่างๆนานาถ้าจึงได้มีการถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐานเนื่องจากว่าแต่คนดังกล่าวนั้นไม่มีการทำร้ายพระด้วยดูในคลิปจะเห็นว่าได้คนนั้นพยายามที่จะเอาไปฉายฝ้ายมาที่พระแต่โชคดีอย่างมากที่พาได้หลบทันหลังจากเกิดเรื่องพระก็เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเอาไว้เพราะเกรงว่าชายคนดังกล่าวจะมาทำร้ายอีกรอบนึง โดยพระยังบอกอีกว่าโดยส่วนตัวแล้วไม่ได้

ต้องการให้ได้ชายคนดังกล่าวกลับมาขอโทษแต่อย่างใดเพียงแค่ต้องการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อป้องกันชายคนนั้นกลับมาทำร้ายอีกและยังฝากเตือนประชาชนคนอื่นๆว่าหากมีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นได้ถ่ายคลิปวีดีโอไว้จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพราะเป็นหลักฐานที่สามารถช่วยเหลือเอาผิดคนที่มาทำร้ายเราได้

   นักข่าวได้เดินทางไปบ้านหลังที่เกิดเหตุเพื่อจะขอสัมภาษณ์แต่ไม่มีคนอยู่มีแต่หมาอยู่ 4 ตัวและเห่าเสียงดังมาก ซึ่งเชื่อว่าเหจุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะหมาเห่าคนเดินผ่านบ้านเท่านั้น แต่เจ้าของกลับหัวร้อนจนเกินไป 

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นหวยยี่กีให้ได้กำไร

ความขัดแย้งเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟ ทำให้ถูกฆ่ายกครัว 3 ศพ

        ที่จังหวัดพะเยามีเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เดือนสิงหาคมปีพศ2563 เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านพักเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบว่าบ้านพักดังกล่าวนั้นอยู่ในโครงการพระราชดําริบ้านเล็กในป่าใหญ่ 

ซึ่งภายในบ้านพักนั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวนทั้งหมด 3 คนด้วยกันโดยเป็นพ่อแม่และลูกซึ่งตัวลูกนั้นอายุเพียงแค่ 5 ขวบเท่านั้นเองโดยทั้ง 3 คนนั้นถูกอาวุธปืนยิงที่ลำตัวหลายนัดและเสียชีวิตหมดทั้ง 3 คนห่างจากบ้านที่เกิดเหตุไปประมาณ 300 เมตร

ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นจุดลานจอดเฮลิคอปเตอร์มีศพชายอายุประมาณ 51 ปีเสียชีวิตจากการถูกกระสุนปืนยิงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบและสอบถามเรื่องราวกับคนในพื้นที่ทำให้ทราบว่าผู้ชายที่เสียชีวิตตรงบริเวณลานเฮลิคอปเตอร์นั้นเป็นผู้ที่ลงมือสังหาร 3 ครอบครัวในบ้านโดยทั้งหมดนั้นเป็นญาติพี่น้องกัน

ซึ่งผู้ที่ก่อเหตุนั้นคือคนที่ตายตรงบริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์เลยเขาเป็นพ่อเลี้ยงของชายที่เสียชีวิตอยู่ในบ้านพักส่วนสาเหตุของเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นมีการคาดการณ์กันว่าน่าจะเกิดมาจากปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของธุรกิจที่ทั้งหมดทำร่วมกันโดยพยานยืนยันว่าชัยวัย 51 ปีที่เป็นพ่อเลี้ยงมักจะทะเลาะกับลูกเลี้ยงที่เสียชีวิตอยู่เป็นประจำ

ซึ่งสาเหตุของการทะเลาะกันนั้นก็เกิดมาจากการที่แย่งกันทำธุรกิจร้านกาแฟโดยธุรกิจนี้เริ่มต้นมาจากการที่พ่อเลี้ยงและแม่ของชายที่เสียชีวิตนั้นทำร่วมกันมาตั้งแต่ต้นและลูกเลี้ยงเองก็มาช่วยขยายกิจการจนในขนาดนี้ร้านกาแฟของครอบครัวนี้กำลังไปได้ดีทำให้ตัวพ่อเลี้ยงวันเกิดความกลัวว่าลูกเลี้ยงจะมาชุบมือเปิบธุรกิจร้านกาแฟของตนเอง

ไปจึงมักจะทะเลาะกันอยู่เป็นประจำและมีหลายครั้งที่มีคนมาช่วยไกล่เกลี่ยไม่ให้ทั้งคู่นั้นต้องลงไม้ลงมือกันแต่ในที่สุดก็ไม่สามารถที่จะห้ามได้ในวันนี้พ่อเลี้ยงจึงได้มีการนำปืนมายิงครอบครัวของลูกเลี้ยงเสียชีวิตทั้งหมดและหนีไปยิงตัวเองตายตรงที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์นั่นเอง  

 เรามักจะเห็นคนในครอบครัวต้องทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เรื่อยโดยสาเหตุนั้นก็มาจากปมเรื่องของเงินและอบรมการทำธุรกิจร่วมกันซึ่งปัญหานี้ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้เพราะคนเรามักจะมีความเห็นแก่ตัวอยู่ในตัวเองดังนั้นเรื่องนี้สามารถนำมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่กำลังคิดจะทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนหรือกับคนในครอบครัวก็ได้ว่า

ถ้าหากว่าเรายังไม่สามารถปล่อยวางเรื่องของเงินได้ก็ไม่ควรทำธุรกิจร่วมกับคนอื่นเพราะการทำธุรกิจร่วมกันนั่นหมายถึงว่าจะต้องมีการแชร์กันแบบครึ่งต่อครึ่งไม่ควรคิดว่าใครได้มากใครได้น้อยหรือใครเรื่องธุรกิจนี้ก่อนแล้วใครมาชุบมือเปิบนั่นเองเพราะไม่เช่นนั้นแล้วก็คงจะหนีไม่พ้นเหตุฆ่ากันตายเหมือนกับข่าวในครั้งนี้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

แม่ค้าอาหารทะเลโวยตำรวจรีดไถเงิน

แม่ค้าอาหารทะเลโวยตำรวจรีดไถเงินแปดหมื่นบาทเพราะฝ่าเคอร์ฟิว แถมยังต้องให้อาหารทะเลตำรวจไปแกล้มเหล้าอีก

         เมื่อวันที่ 4 เดือนมิถุนายนปีพศ. 2563 ด้านนักข่าวจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้รับการร้องเรียนออกมาจากแม่ค้ารายหนึ่งโดยเธอต้องการให้ทางนักข่าวนั้นช่วยออกข่าวเพื่อต้องการขอความเป็นธรรมให้กับตัวของเธอเองเธอระบุว่าเธอเป็นแม่ค้าขายอาหารทะเลสด

ซึ่งเธอถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดตรังจับกุมในขณะที่เธอนั้นเดินทางไปรับอาหารทะเลที่จังหวัดพัทลุงซึ่งระหว่างทางนั้นเธอกำลังจะขับรถกลับบ้านแต่ว่าเกิดเลยเวลาเคอร์ฟิวเธอพบด่านตรวจของตำรวจซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เดือนมิถุนายนปีพศ 2563

ที่ผ่านมาเธอเล่าว่าตอนที่เธอกำลังกลับบ้านมานั้นเป็นช่วงเวลาที่เกิดฟรีแล้วขณะที่เธอกำลังมุ่งหน้าเข้ามาสู่ตัวเมืองพัทลุงนั้นเธอพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งกำลังมีการตั้งด่านเพื่อตรวจคนเข้าฟิวอยู่หลังจากนั้นเธอก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจะคุมตัวไปที่โรงพักโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้มีการเอาโทรศัพท์มือถือของเธอไป

ซึ่งในการจับกุมครั้งนั้นมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงตั้งแต่สารวัตรไปจนถึงนายดาบและตำรวจฝึกหัดเธอยังบอกอีกว่าตอนที่เธอมาถึงโรงพักนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อหาของเธอไปหลายรายการและยังบอกให้เธอนั้นไปเคลียร์กับทางด้านสารวัตรซึ่งทางด้านสารวัตรนั้นได้มีการเรียกเงินเธอไปทั้งหมด 80,000 บาทเพื่อที่จะได้จบคดีแล้ว

ปล่อยตัวเธอออกมาแต่ในขณะนั้นทั้งเนื้อทั้งตัวของเธอนะมีเงินไม่ถึง 80,000 บาท  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอลดเหลือ 40,000 บาทแต่เธอก็ยังไม่มีเงินเพียงพอที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการเจรจาตกลงกับทางด้านสารวัตรขอให้ลดจำนวนเงินลงในที่สุดก็สามารถตกลงกันได้ว่าเธอจะจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นจำนวนเงิน 10000 บาท

หลังจากตกลงกันได้แล้วว่าเธอจะจ่ายเงินให้กับสารวัตรเป็นจำนวนเงิน 10000 บาทนั้นเธอก็ได้มีการติดต่อไปทางญาติของสามีของเธอเพื่อขอยืมเงินจำนวนทั้งสิ้น 5700 บาทหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาเธอไปเบิกเงินที่ตู้เอทีเอ็มอีก

ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เงินจากเธอไปทั้งสิ้นรวมแล้ว 10,000 บาทแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการต่อรองขออาหารทะเลจากเธอไปที่เธอเตรียมมาจะเอาไปขายโดยมีการเอาทั้งกุ้งเอาทั้งหอยทั้งปูและปลา ซึ่งเป็นสินค้าที่เธอจะนำไปขายอีกทั้งยังบอกกับเธอด้วยว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครอย่างเด็ดขาดหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดก็ได้มีการตั้งวงกินเหล้ากัน

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังให้แม่ค้าแกะหอยนางรมให้กินจนเมื่อถึงเวลาหลังจากที่มีการกินเหล้ากันจะถึงเที่ยงคืนแล้วจึงได้ปล่อยตัวแม่ค้าคนดังกล่าวกลับบ้านซึ่งเธอบอกว่าในช่วงเวลานั้นเธอรู้สึกกลัวมากและเธอไม่พอใจอย่างมากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มดังกล่าวนัดพากันข่มขู่เธอ

และเมื่อกลับมาถึงที่บ้านเธอยังถูกเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวตามมาด้วยการโทรมาข่มขู่และสั่งห้ามเธอไม่ให้มีการใช้ข้อความบนโลกออนไลน์และเกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงได้มีการติดต่อนักข่าวเพื่อให้ทำข่าวนี้ให้เป็นข่าว

ดังเธอต้องการร้องขอความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการเรื่องราวดังกล่าวมีให้เธอซึ่งตอนนี้ ท่านผู้กำกับได้รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วอยู่ระหว่างการสอบสวนทางเจ้าหน้าที่ที่ถูกร้องเรียนมาทั้งหมดอยู่

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยผ่านเว็บ