วันเด็กใน AEC

วันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ของทุกปี ไทยเรานั้นได้กำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยครั้งแรกที่ไทยเราจัดให้มีวันเด็กในปีพ.ศ 2498 รัฐบาลสมัยนั้นกำหนดให้เป็นวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม ตามคำเชิญชวนขององค์กรสหประชาชาติ

จัดกันมาได้หลายปีรัฐบาลก็นึกได้ว่าเดือนตุลาคมนั้นยังเป็นหน้าฝนอยู่ เด็กๆมางานก็ลำบาก เปียกเฉะแฉะ รัฐบาลก็เลยกำหนดให้ทุกวันจันทร์ที่สองของเดือนมกราคม เป็นวันเด็กแทน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2508 เป็นต้นมา

ในแต่ละประเทศนั้นจะจัดให้มีวันเด็กต่างวันกันออกไป โดยมี2องค์กรระดับโลกที่กำหนดวันเด็ก แต่ก็กำหนดกันคนละวัน สภาสตรีประชาธิปไตยนานาชาติ กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันเด็กนานาชาติ หรือ International Children’s Day นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 เป็นต้นมา

ขณะที่องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 20 พฤศจิกายน ของทุกปีให้เป็นวันเด็กสากล หรือ Universal children’s Day นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2497 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกประเทศคุ้มครองสิทธิในชีวิต สุขภาพ  และสิทธิด้านการศึกษาของเด็กและเป็นการเฉลิมฉลองให้แก่เด็กๆทั่วโลก

มาดูวันเด็กของประเทศ AEC กันบ้างว่าแต่ละประเทศเขาเลือกเอาวันไหนเป็นวันเด็ก ฟิลิปปินส์ และ บรูหไน เลือกเอาวันที่จะเฉลิมฉลองวันเด็กในวันเดียวกันกับวันเด็กสากลขององค์กรสหประชาชาติ คือวันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี

ส่วนที่อินโดนีเซียเลือกเอาวันที่ 23 กรกฏาคมของทุกปีเป็นวันเด็กเพื่อรำลึกถึงวันที่ประธานาธิปดีซูฮาร์โตได้ออกกฎหมายสวัสดิภาพเด็กในปีพ.ศ.2528

สิงคโปร์เลือกวันศุกร์แรกของเดือนตุลาคม ให้เป็นวันเด็ก ซึ่งเด็กๆ สิงคโปร์ก็จะได้หยุดเรียนเหมือนเด็กไทยเพื่อให้พ่อแม่ได้ใช้เวลาอยู่กับเด็กๆ และพาลูกๆไปเที่ยว ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งก็จะจัดวันเด็กกันอย่างสนุกสนาน

เทคนิคการเลือกวันศุกร์แรกของเดือนตุลาคมให้เป็นวันเด็กนั้นทำให้เด็กและครูสิงคโปร์มีโอกาสหยุดยาวสามวันติดกันเพื่อพักผ่อนและไปเที่ยว มาเลเซียเลือกวันเสาร์สุดท้ายของเดือนตุลาคมให้เป็นวันเด็ก โดยการฉลองวันเด็กของมาเลเซียนั้นนิยมฉลองกันในโรงเรียน 

แต่ละประเทศก็แตกต่างกันออกไป แต่ไทยเราครองแชมป์จัดเร็วกว่าใครในทวีปเอเชีย

 

ขอบคุณ  ถ่ายทอดสดหวยฮานอยวันนี้   ที่ให้การสนับสนุน

กินอย่างไรให้ห่างไกลจากโรคอ้วน

สำหรับการต่อสู้โรคอ้วนก็แบ่งจานอาหารนี่คือแบ่งจานอาหารของเราอันนี้จะไม่นับพวกกินจุกกินจิกเอามื้อเช้ามื้อกลางวันมื้อเย็นทุกท่านก็หยิบจานขึ้นมาใส่อาหารลงไปให้เต็ม50%ของจานนั้นเราขอแนะนำว่าควรจะเป็นผักจะเป็นไฟเบอร์เป็นผักใบเขียวผักใบขาวเป็นพริกหวานเป็นอะไรก็ตามที่เป็นผักหรือเป็นไฟเบอร์50%ไม่ใช่ผลไม้

โดย50%ที่เป็นผักและไฟเบอร์อีก25%หรือ1ใน4ของจานควรจะเป็นโปรตีนโปรตีนก็จะมีหลายชนิดใช่ไหมที่หมอเคยบอกให้ฟังว่าหากใครอยากมีสุขภาพที่ดีต่อสู้โรคอ้วนตอนนี้รู้สึกอ้วนมากอยากจะผอมลงก็25%ควรจะเลือกเป็นโปรตีนพืชเช่นโปรตีนจากผักโปรตีนจากธัญพืชโปรตีนจากถั่วทั้งหลายโปรตีนจากเต้าหู้อันนี้ก็จะช่วยเราได้เยอะ

นอกจากนี้รองลงมาถ้าจิตยังกินพืชอย่างเดียวไม่ไหวก็เลือดเป็นโปรตีนเนื้อขาวได้แคลอรี่ไม่เยอะไขมันดีเยอะไขมันไม่ดีน้อยเช่นปลาเป็นปลาที่มีโปรตีนที่ดีและก็ประกอบไปด้วยกรดไขมันที่ดีเสียด้วยช่วยบำรุงร่างกายแต่ถ้าใครยังไม่ไหวยังจำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์หรือโปรตีน

หากเป็นเนื้อควรจะเลือกเนื้อที่ไม่ติดมันส่วนที่เป็นสันในถ้าเป็นไก่ก็ควรจะเป็นไก่ที่เป็นอกไม่ใช่ตดหนังมาเยอะๆไม่งั้นคอเลสเตอรอลขึ้นไขมันขึ้นอีกถ้าเป็นหมูก็ไม่ควรที่จะเป็นหมูสามชั้นหรือหมูสับถ้าเลือกได้ก็เป็นหมูชิ้นหรือว่าหมูส่วนสันในไม่เยอะ

ดังนั้นหากเป็นอาหารทะเลอาหารกลุ่มที่เป็นโปรตีนและไขมันสูงก็คือต้องหลีกเลี่ยงหน่อยอยากกินบ่อยเช่นหอยทุกชนิดเลยเช่นปลาหมึกเช่นไข่หอยเม่นเช่นหัวกุ้งเช่นไข่ปูพวกนี้ไขมันเยอะต้องนานๆทีไม่ได้ห้ามเราไปเที่ยวกับครอบครัวเราก็ทานบ้างแต่ไม่ทานทุกวันนานๆวันพิเศษอาจจะทาน

เพราะฉะนั้นแล้ว25%ในการเลือกกินใน1จานต้องเป็นโปรตีนแล้วก็ไล่ตั้งแต่ดีไปจนดีน้อย25%ที่เหลือก็คือ1ใน4ที่เหลือก็เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตกลุ่มคาร์โบไฮเดรตก็จะประกอบไปด้วยแป้งน้ำตาลผลไม้ต่างๆทั้งหมดไมม่ควรเกิน1ใน4ของจานถ้าเป็นแป้งก็ควรจะเลือกแป้งไม่ขัดสีหรือว่าแป้งไม่แปรรูปก็จะมีคุณภาพมีวิตามินเยอะมีเกลือแร่เยอะแล้วก็น้ำตาลต่ำเช่นข้าวกล้องข้าวเหนียวธัญพืชต่างๆ

ซึ่งแป้งที่ไม่ขัดสีถือว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดดีกลับกันพวกแป้งที่น้ำตาลสูงๆไม่ว่าจะเป็นขนมปังพาสต้าพิซซ่าเบเกอรรี่หลายๆอย่างที่กล่าวมานี้คืออร่อยล่ะพวกนี้ก็จะมีแคลอรี่เยอะไขมันอิ่มตัวเยอะปริมาณน้ำตาลเยอะก็ควรหลีกเลี่ยง

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรากินอิ่มจนมากเกินไป

ไม่ว่าใครที่ชอบกินอาหารบุฟเฟ่ต์ กินหนักๆทุกมื้อ กินจนแน่นรู้สึกว่าอึดอัดหรือถ้าเราจะเรียกสัตว์ตามบ้านนั้นก็ชอบยัดจนอิ่มยัดแล้วยัดอีกนั่นเองถ้าเรามีนิสัยอย่างควรที่จะระวังตัวเอาไว้ให้ดีว่าการที่เรากินอิ่มมากจนเกินไป

ทำให้เกิดผลเสีย แกสุขภาพและร่างกายของเรานั่นเองอาจจะทำให้เป็นชีวิตประจำวัน มาดูซิว่าการที่เรากินอาหารที่แน่นมากจนเกินไปจะมีผลกระทบอะไรต่อร่างเราบ้าง

      ถ้าเรากินอิ่มมากจนเกินไป มีอาการเกี่ยวกับ กรดไหลย้อน ซึ่งปกติแล้วร่างกายของเราจะมีกระเพาะเอาไว้ย่อยอาหารและคอยมีเหมือนเกี่ยวกับตัวกั้นเพื่อที่จะไม่ให้เกิดอาการไหลย้อนขึ้นมาแต่เมื่อกระเพาะอาหารของเรามีการที่เรากินอาหารมากเกินไปอาจจะทำให้ดีขึ้นมาแล้ว

จนเกิดเป็นอาการของกรดไหลย้อน  และเราได้ทำการศึกษาจากที่เราได้กินอาหารอิ่ม ให้เราหาหมากฝรั่งพี่ไม่มีน้ำตาลเดี๋ยวประมาณซัก 30 นาทีเพราะว่าจะช่วยลดในเรื่องของอาการเกี่ยวกับการแสบบริเวณหน้าอกได้เป็นอย่างดี และการที่เรากินอาหารอิ่มมาใหม่นั้นเราไม่ควรที่จะนอนเลยเพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอาการอ๊อกได้ 

       ง่วง เป็นเรื่องจริงว่าที่เรากินอาหารอิ่มหรือที่เราจะเรียกกันว่าหนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อน ซึ่งเป็นการที่เรากินอาหารเข้าไปแล้วหลังจากร่างกายของเรามีการทำงานการเรียงเกี่ยวกับน้ำตาลหรือกลูโคสที่อยู่ในอาหารที่เรากินเข้าไปนั่นเอง จากนั้นถ้าจะเปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นพลังงาน หรือเก็บไว้เป็นไขมันและหลังจากที่ร่างกายของเราได้ปรับเปลี่ยนจากน้ำตาลไปใช้แล้ว

คราวนี้จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงทำให้รู้สึกมีอาการง่วงได้นั่นเองแล้วถ้าวันไหนเรากินอาหารเยอะรวมไปถึงกับการที่เรากินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปอาจจะทำให้ร่างกายของเราผลิตอินซูลินที่มากจนเกินไปอาจจะทำให้ร่างกายของเรามีความรู้สึกอ่อนเพลียและสิ่งที่ดีที่สุดนั้นเราควรที่จะลดคาร์โบไฮเดรตลง ควรที่จะเพิ่มเกี่ยวกับโปรตีนหรือผักแทนอย่างนี้เป็นต้น

             นอนไม่หลับ  ในการที่เรากินอาหารจนแน่นหรือว่ากินมากจนเกินไปพอถึงเวลาที่เราจะต้องทำการนอนหรือว่าพักผ่อนอาจจะทำให้เรานอนไม่หลับนั่นเองเพราะว่าระบบย่อยของอาหารได้ทำงานมากจนเกินไปจึงส่งผลให้เรานอนไม่ค่อยหลับนั่นเอง

             กระเพาะขยายตัว การที่เรากินอาหารบุฟเฟ่ต์เป็นประจำหรือชอบกินในปริมาณที่เยอะๆกินจนมากจนเกินไปและทำเป็นกิจวัตรประจำวันอาจจะทำให้เรียกว่ากระเพาะคราก ได้และการที่เราเป็นอาการกระเพาะครากแล้วไม่สามารถที่จะทำให้มันกลับมาหดลงได้เหมือนเดิม

ถ้าจะให้หมดต้องเป็นวิธีการผ่าตัดเย็บกระเพาะเพื่อที่จะให้เล็กลงนั่นเองและเมื่อกระเพาะของเราอยากขยายใหญ่ขึ้นก็อาจจะทำให้เราต้องกินมากขึ้นกว่าเดิมจึงจะรู้สึกอิ่มอย่างนี้เป็นต้น

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

การตรวจภายใน

การตรวจภายในก็คือเป็นการที่เราจะต้องตรวจเกี่ยวกับอวัยวะเชิงกรานของผู้หญิงเรานั่นเอง โดยจะเป็นการที่เราจะต้องตรวจทั้งภายนอกและภายในในอวัยวะเพศของเราซึ่งก็จะมีได้แก่ช่องคลอด มดลูก ปีกมดลูก มดลูก รังไข่ และเนื้อเยื่อต่างๆที่อยู่บริเวณรอบๆอวัยวะเพศของผู้หญิงนั่นเอง 

     ซึ่งจะมีหลายคนนั้นสงสัยว่าทำไมเราจำเป็นจะต้องตรวจภายในด้วยเพื่ออะไร ในการที่เราจะต้องตรวจภายในนะมีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะว่าจะได้เป็นการคัดกรองเกี่ยวกับความผิดปกติของอวัยวะเพศของเรานั่นเองและเมื่อเราได้มีการคัดกรองแล้ว แล้วพบว่าเรามีโรคที่จะต้องเป็น เราจะได้ดำเนินการรักษาและทำการรักษาเพื่อที่จะไม่ให้โรคที่เราเป็นมีการลุกลามมากไปนั่นเอง

    และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราสมควรที่จะต้องไปตรวจภายในหรือภายในอวัยวะเพศของเรานั่นเองซึ่งในการที่เราจะตรวจภายในนั้นเราจะต้องมีอาการดังต่อไปนี้

  1. เราจะมีอาการเลือดออกโดยที่จะเป็นอาการเลือดออกกะปิดกะปอยหรือว่ามีกลิ่นที่เหม็นมีลิ่มเลือด แล้วประจำเดือนของเรานั้นมาเกินมากกว่าปกติและมานานเกินกว่า 7 วันนั่นเอง
  2. อาการตกขาวที่เรามีความรู้สึกว่า สีที่เปลี่ยนไปอย่างเช่นอาการตกขาวนั้นเราจะมีออกเป็นสีขาวเมือกๆใสๆนั่นเองแต่ถ้าอาการตกขาวของเรามีสีอย่างเช่นเป็นสีน้ำตาลสีเหลืองหรือว่าสีเขียว และยังมีกลิ่นที่เรารู้สึกว่ารุนแรงมากขึ้นหรือรวมไปถึงการที่เรามีมูกเลือดรวมไปทั้งเหมือนมีอาการตกขาวที่เหมือนคล้ายๆแป้งเปียกอย่างนี้เป็นต้น
  3. ร่วมกับอาการที่เรามีอาการปวดท้องน้อย โดยเป็นอาการที่เรารู้สึกว่าเป็นช่วงของการที่เราไม่ได้มีประจำเดือนหรือว่ามีเพศสัมพันธ์นั่นเองมีอาการปวดท้อง ที่ท้องน้อยของเรา
  4. เมื่อเรามีอาการรูปไปที่อวัยวะเพศแล้วรู้สึกว่ามีผื่นขึ้นหรือว่ามีติ่งเนื้อที่อวัยวะเพศของเราที่อยู่บริเวณภายนอก หรือว่ามีอาการรู้สึกแสบๆคันๆในช่องคลอดนั่นเอง
  5. เรามีอาการรู้สึกว่าเราพบก้อนเนื้อที่ท้องน้อยของเราเป็นการที่เราใช้มือเราคำที่บริเวณท้องน้อยแล้วเจอก้อนเนื้อนั่นเองอย่างนี้เป็นต้น
  6. และเมื่อเรามีอาการที่เราได้กล่าวมาข้างต้นนั้นคือเป็นอาการที่เกี่ยวกับเรามีความผิดปกติที่แตกต่างออกไปนั่นเองดังนั้นเมื่อเรามีอาการดังกล่าว เราควรที่จะรีบไปปรึกษาแพทย์หรือว่าไปพบแพทย์เพื่อที่จะทำการตรวจภายในของเรา และก็เป็นการคัดกรองเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกของเราด้วยนั่นเองเพื่อที่เราจะได้รู้ว่า เราได้อยู่ในกลุ่มที่เราเสี่ยงต่อการที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือเปล่านั่นเอง และมะเร็งปากมดลูกนั้นก็ควรที่จะตรวจตั้งแต่เมื่อเรามีอายุ 21 ปี หรือว่าเรามีเพศสัมพันธ์มาแล้วอย่างน้อย 3 ปีนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

ลดน้ำหนักหรือลดความอ้วน ฉบับสาวแดนปลาดิบ!

เพื่อนๆหรือสาวๆ ที่อยากลดน้ำหนักแบบใหม่ๆ เพราะเบื่อวิธีการเดิมๆแล้ว วันนี้เราเอาวิธีการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนแบบฉบับสาวๆแดนปลาดิบ หรือสาวๆ ญี่ปุ่นมาฝากกันละ รับรองว่าเพื่อนๆ สามารถเอาไปปรับใช้ได้อย่างแน่นอน และอาจจะกลายเป็นวิธีลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนแบบใหม่ๆ ให้เพื่อนๆ ได้เอาไปใช้ได้ด้วยนะ

-กินเบนโตะ หรือกินให้ครอบ 5 หมู่

เพื่อนๆเคยสังเกตุหรือเปล่าทำไมสาวๆหรือคนญี่ปุ่นชอบกินเบนโตะ เพราะอันที่จริงแล้วการกินเบนโตะคือการจัดอาหารให้ครบ 5 หมู่ใน 1 มื้อนั้น เพื่อนๆหรือ สาวๆ จะเห็นได้ว่า เบนโตะของคนญี่ปุ่นนั้น จะมีทั้งแป้ง โปรตีนและไขมัน รวมไปถึงผักและผลไม้ด้วยนะ และนี่ละคือสาเหตุที่คนญี่ปุ่นค่อนข้างสุขภาพดีและอายุยืนกันละ

-กินแต่พอดี ไม่อิ่มจนเกินไป

สาวๆญี่ปุ่นเค้าจะกินกันแค่ให้รู้สึกว่าเริ่มอิ่มแล้ว พวกเค้าจะไม่กินให้ตัวเองรู้สึกแน่นจนเกินไป ถ้าเพื่อนๆ เคยเห็นสาวๆ ญี่ปุ่นที่รักษาหุ่น หรือ ดูแลรูปร่างอยู่เค้าจะกินกันไม่เยอะเลยนะ และเค้าจะดื่มน้ำเปล่า  1 แก้วก่อนกินอาหารด้วยนะ เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นอีกวิธีการที่จะช่วยให้สาวๆ ญี่ปุ่นไม่กินเยอะเกินไป และยังควบคุมแคลอรี่ต่อวันได้ดีอีกด้วยนะ

-กินคำเล็ก และ จัดอาหรให้เป็น set

อีวิธีที่สาวๆ ญี่ปุ่นชอบใช้กันนั้นกก็คือ กินคำเล็กๆๆ ค่อยๆกิน เคี้ยวช้าๆ แบบกินแบบดูสุภาพสุดๆ จริงๆ นอกจากจะดูสุภาพแล้วการกินแบบคำเล็กๆ เคี้ยวช้าๆ ยังช่วยให้สาวๆ ควบคุมปริมาณการกินได้ดีอีกด้วย เพราะสาวๆ จะค่อยๆกินเพื่อให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นนั้นเอง สาวๆญี่ปุ่นก็พยายามจัดการอาหารให้เป็น Set เพื่อควบคุมปริมาณอาหารนั้นเอง 

-ดื่มชาเขียวทั้งวัน

ถ้านึกถึงญี่ปุ่น คงหนีไม่พ้นที่จะคิดถึงชาเขียวใช่ไหมละ และใช่เลย สาวๆ ญี่ปุ่นเค้าดื่มชาเขียวเพื่อช่วยในเรื่องการกระตุ้นระบบเผาผลาญไขมันระหว่างวันด้วยนะ และการดื่มชาเขียวยังช่วยลดอาการอยากกินของจุกจิก และคลายความหิวได้ดีด้วยนะ นอกจากนี้ตัวชาเขียวเองยังมีสารต้านอนุมูลิอิสระอีกต่างหาก ดีสุดๆไปเลย

-เดินเยอะมากๆ 

ทั้งชายและหญิง ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ส่วนมากจะชอบเดินเยอะๆ แทนการใช้ยานพาหนะละ เพราะว่าคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าการที่เดินเยอะๆ จะทำให้สุขภาพแข็งแรง และนี่เองก็เป็นอีกวิธีที่สาวๆญี่ปุ่นที่กำลังลดน้ำหนัก เอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ โดยการเน้นเดินให้เยอะๆ ไม่ว่าจะเดินไปทำงาน เดินไปกินข้าว เพื่อเพิ่มการเผาผลาญในแต่ละวันนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

การดูแลสุขภาพจิตใจของคนสูงวัย

        สำหรับการดูแลคนสูงอายุนั้นเราควรจะดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจควบคู่กันไปบางครอบครัวอาจจะดูแลโดยการให้อาหารการกินอย่างดีเตรียมอาหารไว้ครบ 5 หมู่มีทั้งผักและผลไม้อยากทานอะไรก็จะมีการจัดเตรียมไว้ให้แต่ทางด้านจิตใจแล้วได้มีการปล่อยปละละเลย

ไม่สนใจที่จะมาดูแลพูดคุยหรือไม่เคยพาออกไปเที่ยวที่ไหนก็จะทำให้สภาวะจิตใจของผู้สูงวัยนั้นย่ำแย่และส่งผลให้ร่างกายมันทรุดโทรมได้ง่ายเช่นเดียวกันดังนั้นวันนี้เราอยากจะมาแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพจิตใจของคนสูงวัยให้มีจิตใจที่เบิกบานจะได้ส่งผลให้ร่างกายนั้นแข็งแรงและสดชื่น

         คนสูงอายุนั้นส่วนใหญ่แล้วต้องการที่จะให้ลูกหลานนั้นมาคอยเฝ้าเอาใจมาพูดคุยด้วยดังนั้นทางที่ดีที่สุดเราจึงควรหาเวลา วันพา ผู้สูงอายุในครอบครัวของเราไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆโดยมุ่งเน้นสถานที่ที่เป็นธรรมชาติจะได้ไม่ต้องมีเสียงรบกวน

ซึ่งการเทียบแบบนี้รับรองได้ว่าจะเป็นการผ่อนคลายจิตใจให้กับผู้สูงอายุได้มีจิตใจเบิกบานพาไปในที่ที่มีสิ่งแวดล้อมอาจจะพาไปตรงจุดที่มีผู้สูงวัยอยู่ที่นั่นค่อนข้างเยอะเพื่อที่จะได้มีการพูดคุยระหว่างคนสูงวัยด้วยกันที่สำคัญเราควรจะมีการแสดงความรักต่อผู้สูงอายุด้วย

การกอดหรือว่าหอมรวมถึงพาบุตรหลานไปเยี่ยมผู้สูงอายุบ่อยๆอาทิตย์ละครั้งก็ยังดีเพื่อที่จะทำให้ ผู้สูงวัยนั้นจะได้ไม่รู้สึกว่าตนเองนั้นถูกทอดทิ้งจากบุตรหลานมีกิจกรรมหลายอย่างที่เด็กๆสามารถทำกับผู้สูงวัยได้ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมเล็กๆน้อยๆ

การพูดคุยหรือดูทีวีโทรทัศน์รวมกันก็เป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงวัยในบ้านของเรานั้นมีจิตใจที่ร่าเริงเบิกบานขึ้นเลยทีเดียวและแน่นอนว่าให้เราคอยสังเกตผู้สูงอายุให้ดีว่ามีอาการไม่สบายหรือปวดหัวตัวร้อนที่ไหนหรือไม่เพื่อที่ จะได้พาไปพบแพทย์ ได้อย่างทันท่วงที

เพราะการที่เราใส่ใจอาการเล็กๆน้อยๆของผู้สูงอายุนั้นจะทำให้ท่านรู้สึกว่าลูกหลานนั้นคอยสังเกตอาการและเฝ้าคอยดูแลและท่านจะรู้สึกว่าตัวของท่านเองนั้นเป็นที่รักของลูกหลานซึ่งปัญหาด้านสุขภาพจิตใจก็จะไม่มีมารบกวนผู้สูงอายุอย่างแน่นอน อย่าลืมว่าการดูแลผู้สูงวัยนั้นควรจะดูแลทั้งด้านจิตใจและด้านร่างกายควบคู่กันไปด้วย

ดังนั้นไม่ว่าเราจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนหรือว่าเราจะทำอะไรควรจะมีการชักชวนผู้สูงวัยให้ร่วมทำกิจกรรมร่วมกันกับเราด้วยจะทำให้ผู้สูงวัยนั้นไม่รู้สึกว่าพวกท่านกำลังถูกทอดทิ้งจากลูกหลานนั่นเองและแน่นอนว่าเมื่อร่างกายแข็งแรงจิตใจเบิกบานท่านก็จะมีอายุยืนยาวอยู่กับลูกหลานได้อีกนานเท่านานเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  ผลหวยยี่กี ล่าสุด

กินเหล้าเยอะมีผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

      แน่นอนว่า เหล้าคือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และเมื่อกินเข้าไปก็มีผลเสียไม่ได้มีผลดีกับร่างกายแต่อย่างใดเลยซึ่งผลเสียนั้นมีมากมายมหาศาลอย่างที่เราไม่สามารถที่จะคาดคะเนได้ทั้งนี้เกี่ยวกับเรื่องของชีวิตและทรัพย์สินของเราเอง

อย่างไรก็ตามเมื่อคนกินเหล้าเข้าไปบางครั้งก็ทำให้คนนั้นขาดสติขาดการยับยั้งชั่งใจได้และผลเสียที่ตามมาก็จะมีมากมายมหาศาลดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงผลเสียหลังจากที่เรามีการกินเหล้าเข้าไปว่าจะมีผลต่อคนที่กินเข้าไปอย่างไรบ้างทั้งในเรื่องของร่างกายและในเรื่องของสุขภาพและการดำเนินชีวิต

        สำหรับผลเสียที่เกิดขึ้นจากการกินเหล้านั้นหากผลเสียนั้นเกิดขึ้นที่ร่างกายนั่นก็คือเมื่อเรากินเหล้าเรามักจะขาดสติและไม่สามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้ทำให้บางครั้งทำให้เรามีอารมณ์รุนแรงหัวร้อนเกิดปัญหาตามมาก็คือมักจะทะเลาะเบาะแว้งกับคนที่อยู่ใกล้เคียงจนกว่าฤทธิ์ของเราจะหมดไป

เราถึงมีสติกลับมาอีกครั้งซึ่งบางครั้งกว่าสติจะกลับมาเราก็อาจจะสูญเสียเพื่อนที่ดีไปจากการทะเลาะเบาะแว้งในช่วงที่เราเมาเหล้าก็เป็นไปได้อีกทั้งเมื่อเรากินเหล้าแล้วผลเสียที่ตามมาก็คือเมื่อตื่นนอนขึ้นมาจะทำให้เรารู้สึกปวดหัวและบางครั้งอาจจะมีไข้และมีการอาเจียนร่วมด้วย

ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมากเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามแต่ไม่ได้มีเพียงแค่ปัญหาเหล่านี้เท่านั้นที่จะทำให้เรารู้ว่าเรานั้นไม่ดีต่อสุขภาพเพราะหากเรากินเหล้าเป็นระยะเวลานานผลที่ตามงานไม่ใช่เพียงแค่เราอาเจียนคลื่นไส้หรือปวดหัวเท่านั้นแต่เราจะมีโรคภัยไข้เจ็บตามหาอีกเป็น 10 โรคได้เลยทีเดียวซึ่งโรคที่เกิดจากการกินเหล้านั้น

ก็จะมีตั้งแต่การที่เรานั้นอาจจะเป็นโรคตับแข็งหรือเป็นโรคมะเร็งต่างๆไม่ว่าจะเป็นมะเร็งในตับหรือมะเร็งลำไส้หรือไม่ปอดรวมถึงมะเร็งปากมดลูกและยังมีผลต่อระบบหัวใจเพราะหัวใจจะทำงานหนักเช่นอาจจะเป็นโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วยก็เป็นไปได้อีกทั้งยังมีเกี่ยวกับโรคของหลอดเลือดในสมองตีบตัน

และที่สำคัญเมื่อร่างกายของเราก็จะทำให้เราป่วยและติดเชื้อได้ง่ายคนส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังอีกด้วยหากกินนานๆไปก็จะทำส่งผลให้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพจิตตามมาได้เช่นเดียวกันดังนั้นทางที่ดีที่สุด

ก็คือเราควรจะงดการกินเหล้าหรือหากจำเป็นต้องกินเพื่อการสังสรรค์เพื่อออกงานก็ควรจะกินในปริมาณที่พอเหมาะเพียงเท่านั้นไม่ควรกินติดต่อกันนานมากจนเกินไปเพราะจะทำให้ท้ายที่สุดแล้วเราจะไม่สามารถหยุดการกินเหล้าได้และผลเสียที่ตามมาก็จะทำให้เราเป็นโรคดังที่กล่าวในขั้นต้นนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  หวยหุ้นจีน

วิธีการบริหารสมองให้สดชื่น

หลายคนที่ทำงานมาตลอดแล้วใช้สมองอย่างหนัก เพื่อนเพื่อนก็ต้องหาวิธีบริหารสมองเพื่อให้ร่างกายไม่เครียดและอ่อนล้าจนเกินไปนะ เพราะแค่ได้บริหารสมองก็สามารถช่วยทำให้เราหายเหนื่อยและใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยนะ แล้วจริงๆก็มีหลายวิธีเลยที่ทำได้ไม่อยากแต่ช่วยทำให้สมองเราผ่อนคลายและสดชื่นละ วันนี้เราเอาวิธีมาบอกกันไปลองดูกันเลย

ดื่มน้ำเปล่าให้เยอะๆ เพราะการดื่มน้ำเปล่านั้นจะทำให้ร่างกายได้น้ำอย่างเพียงพอและน้ำจะไปหล่อเลี้ยงในส่วนต่างๆของร่างกาย รวมไปถึงสมองนั้นเอง เพื่อนๆลองหันมาดื่มน้ำเยอะๆและลองสังเกต ดูได้เลยว่าจะคิดอะไรออกได้ไวขึ้นและรู้สึกสดชื่อ สมองปลอดโปร่งนั้นเอง เพื่อนๆบางคนที่มีอาการเครียด อาจะมีผลมาจากที่ร่างกายขาดน้ำได้ด้วยนะ ดังนั้นควรจิบน้ำระหว่างให้ได้ตลอดเลยนะ

นั่งหลับตาหรือพักสายตาสักนิดจะช่วยทำให้สมองได้ผ่อนคลาย หรือถ้าเป็นเป็นได้ก็หลับไปเลยก็ได้สัก 30 นาทีเพราะการที่ร่างกายได้พักนั้น โดยแค่หลับตามันจะส่งผลถึงสมองให้ได้ผ่อนคลายลงเวลาเราไม่เห็นแสงและหลับตา และการที่เราได้พักแบบได้หลับไปเลยเพียงแค่ 30 นาทีก็สามารถทำให้สมองได้หยุดพักและพอลืมตาหรือตื่นขึ้นมา สมองจะสดชื่นขึ้นมากเลย

นวดจุดต่างต่าง บริเวณหัว และ ต้นคอ หลายๆคยเลยที่มีอาการปวดล้าหรือปวดหัว สมองไม่ปลอดโปร่งนั้นก็เพราะว่าทั้งหัวและต้นคอเกิดความตึง จนทำให้ร่างกายตึงตั้งแต่ต้นคอไปถึงหัวหรือบริเวณสมองนั้นเอง วิธีการช่วยให้สมองผ่อนคลายนั้นก็คือการนวดจุดต่างต่างบริเวณต้นคอและหัว เพื่อทำการผ่อนคลาย และ ทำให้เส้นบริเวณต้นคอและหัวนั้นตึงน้อยลงด้วยนะ

พักผ่อน ฟังเพลง หรือ ดูทีวี การที่เราได้ทำอะไรก็ตามที่เราชอบไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนด้วยการฟังเพลง หรือ ดูหนัง หรือใครที่ชอบอ่านหนังสือก็เอาที่เราชอบได้เลย เพราะการที่เราได้ทำอะไรที่ชอบจะทำให้สมองเราผ่อนคลาย และบรรเทาความเครียดได้ดี

ออกกำลังกาย เพื่อนๆอาจจะตกใจว่าการที่สมองปลอดโปร่งนั้น ต้องออกกำลังกายหรอ ใช่แล้วการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายได้เสียเหงื่อ และ กล้ามเนื้อได้ใช้งาน เราจะรู้สึกสดชื่นทั้งร่างกายและรวมไปถึงสมองด้วย ดังนั้นการออกกำลังกายแบบพอดี พอดี ก็จะทำให้สมองผ่อนคลายได้ดีเลยนะ

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

นิสัยที่ทำให้อ้วนและไม่ผอมสักที

เพื่อนๆหรือใครที่กำลังลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนอยู่ลองดูว่าตัวเองมีนิสัยแบบนี้หรือเปล่า เพราะการที่เราไม่ผอมเพราะบางทีเรายังมีนิสัยที่ทำให้เราอ้วนได้อยู่ได้นะ และหากรู้แล้วเพื่อนๆก็จะได้เปลี่ยนนิสัยและจะได้ลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนได้สำเร็จและไม่ต้องกลับมาอ้วนอีกต่อไปก็ได้นะ

-ไม่มีวินัยและไม่ตั้งใจจริง 

การที่เราอยากลดน้ำหนักหรือลดความอ้วน หากเราไม่ตั้งใจจริงกับการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วน และไม่มีวินัยด้วยแล้วละก็ เพื่อนๆ เชื่อเถอะว่าจะลดน้ำหนักหรือลดไขมันได้ยากอย่างแน่นอน เพราะว่าถ้าไม่มีวินับในการเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ หรือ มีวินัยในการนอนพักผ่อน หรือ ออกกำลังกายแล้วละก็ การลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนของเพื่อนๆ ก็จะทำต่อได้ยากอย่างแน่นอน

-ท้อง่ายและล้มเลิกง่าย

การที่เพื่อนๆ หรือสาวๆ ลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนมาแล้วสักระยะและไม่เห็นผล และเกิดความท้อขึ้นนั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นของการล้มเลิกกับการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนไม่สำเร็จอย่างแน่นอน ดังนั้นใครรู้ตัวว่าท้อง่ายหรือ หมดกำลังใจง่ายก็ควรจะเลิกนิสัยนี่เถอะ เพราะหากลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนแบบนี้ไปก็จะลดไม่ได้แน่ๆ

-ให้รางวัลตัวเองด้วยการกิน 

การที่เพื่อนๆหรือสาวๆ ทำตามวินัยหรือลดน้ำหนักอย่างเคร่งครัดมาตลอด ในบางครั้งเราสามารถให้รางวัลกับตัวเองด้วยการกินของเราที่ชอบหรืออยากกินได้นะเพียงแต่ต้องเลือกในปริมาณที่เหมาะสมนั้นเอง แต่ถ้ากลับกันเพื่อนๆ หรือสาวๆ ดันเป็นคนให้รางวัลตัวเองบ่อยครั้งด้วยการกินอาหารที่ชอบหรืออยากกินบ่อยๆ ก็จะทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จเอาได้นะ 

-กินจุกจิก เหงาปากไม่ได้

บางคนที่เค้ากินนู้นกินนี่ไม่ได้แปลว่าเค้าหิวหรอกนะ เพียงแต่ว่ามีนิสัยที่เหงาปากไม่ได้ พอเหงาปากก็หาอะไรเข้าปากตลอดเวลาทั้งๆทีเราไม่ได้หิวด้วยนะ และกลายเป็นคนมีนิสัยกินจุกจิกไม่รู้ตัวเอานะ ดังนั้นเราควรจะกินในเวลาที่หิวนะ ไม่ใช่กินตลอดเวลาแบบนี้ มันจะกลายเป็นนิสัยที่กินไปเรื่อยกินจุกจิกได้นะ

-กินไปด้วยทำอย่างอื่นไปด้วย

การที่เรากินไปด้วยและทำอย่างอื่นไปด้วย อย่างกินไปด้วย ดูทีวีไปด้วย หรือกินไปด้วย เล่นมือถือไปด้วย หรือกินไปคุยไปด้วยจะทำให้เราไม่ได้โฟกัสอาหารที่เรากินเลยและจะทำให้เรากินเพลินกินเยอะไม่รู้ตัวนะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

มาทำความรู้จักกับโรคกินไม่หยุดกันเถอะ

    อาการกินไม่หยุดนั้นไม่ใช่ว่าเป็นอาการของคนตะกละนะคะแต่อาการกินไม่หยุดนั้นเป็นอาการป่วยชนิดหนึ่งเหมือนกันซึ่งจะมีโรคชื่อว่าโรคกินไม่หยุดโดยผู้ป่วยที่เป็นโรคกินไม่หยุดนั้นจะมีลักษณะของอาการที่อยากจะกินอาหารอยู่ตลอดเวลา

และอาหารกินนั้นก็กินซ้ำๆซากๆและไม่สามารถที่จะควบคุมความอยากอาหารของตนเองได้และคนที่เป็นโรคชนิดนี้แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ต้องการที่จะควบคุมน้ำหนักหรือไม่พยายามที่จะออกกำลังกายเลยซึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคชนิดนี้นั้น

ก็มาจากที่พวกเขานั้นเกิดอาการเครียดรวมถึงเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้านั่นเอง สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคกินไม่หยุดนั้นจะสังเกตได้เลยว่าพวกเขามักจะอยากกินอาหารอยู่ตลอดเวลาทั้งที่ตัวของเขาเองนั้นก็ไม่ได้รู้สึกหิว

แต่อย่างใดหรือบางครั้งพวกเขาอาจจะมีความรู้สึกว่าเขาอยากกินอาหารไปเรื่อยๆโดยที่เขาไม่รู้ว่าที่เขากินเข้าไปแล้วนั้นเขาอิ่มแล้วหรือยังและเมื่อไหร่ที่เขาควรจะหยุดกินได้แล้วซึ่งจะส่งผลทำให้ร่างกายของคนที่เป็นโรคกินอาหารไม่หยุดนั้นอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ที่สำคัญพวกเขาจะมีความรู้สึกรับรู้ได้เกี่ยวกับเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของตนเองและความรู้สึกของคนรอบข้างที่มีต่อตัวผู้เขาซึ่งอาการเช่นนี้นั้นเป็นอาการของคนที่เกิดอยู่ในภาวะซึมเศร้านั่นเองหากเราอยากจะรู้ว่าคนๆนั้นมีอาการป่วยเป็นโรคกินไม่หยุด

หรือไม่ให้สังเกตอาการของเขาว่าหลังจากที่เขากินเข้าไปแล้วเขามีความรู้สึกละอายหรือไม่เพราะว่าเขาจะกินอาหารมากเป็นพิเศษและกินอยู่ตลอดเวลานั่นเองรวมถึงระหว่างที่เขามีการกินหรือเขามีการใช้ชีวิตประจำวันอยู่นั้นเขามีอาการซึมเศร้า

หรือไม่ช่วงเวลาที่เขากินนั้นเขามีความสุขกับการกินหรือว่าเขารู้สึกทรมานจากการที่เขาจะต้องหยิบจับกินอาหารอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่าและให้สังเกตว่าคนๆนี้นั้นกินอาหารแทบจะตลอดเวลาหรือเปล่าช่วงเวลาดึกดื่นค่ำคืนก็ยังกินหรือแม้แต่นำอาหารไปซุกซ่อนตามมุมต่างๆเพื่อจะหาโอกาสกินอาหารเหล่านั้นได้ตลอดเวลาหรือไม่และพวกเขา ใจตนเอง

ลดน้อยลงหรือเปล่ารวมถึงพยายามที่จะหลีกเลี่ยงไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ซึ่งอาการเหล่านี้นั้นเป็นอาการของคนที่ป่วยเป็นโรคกินไม่หยุดส่วนที่มีการที่จะสามารถรักษากลุ่มผู้ป่วยโรคนี้ได้นั้นจะต้องรักษาจากพฤติกรรมการแสดงออกของเขาอย่างไร

ก็ตามแต่วิธีการรักษาที่ดีที่สุดก็คือจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าการรักษานั้นเพียงแค่ควบคุมพฤติกรรมหรือว่าผู้ป่วยนั้นจะต้องกินยาควบคู่กันไปด้วยหรือไม่เพื่อที่จะได้ให้การรักษานั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์