นอนหลับให้เพียงพอเพื่อที่จะได้มีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง  

เป็นเรื่องที่เรานั้นรู้ดีอยู่แล้วว่าการที่เราได้นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั้นเป็นเรื่องที่ดีและทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีอีกด้วยแต่ว่าการที่เรานอนหลับไม่เพียงพอส่งผลให้ร่างกายของเราเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นความเครียด  ผิวพรรณที่ไม่ผ่องใส 

หรือว่าจะเป็นสุขภาพร่างกายที่แย่ลงไป  การที่เรานอนหลับทุกส่วนของร่างกายจะเริ่มทำการซ่อมแซมสิ่งที่เราทรุดโทรมหรือว่าซ่อมแซมร่างกายให้เรามีประสิทธิภาพในการในการที่เราทำงานหรือว่าเราเรียนอย่างเต็มที่ดังนั้นการที่เรานอนเราก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและไม่ส่งผลต่อการที่เราจะเกิดโรคต่างๆอีกด้วย  

       การที่เรานอนหลับนั้นก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งดังนั้นการที่เรากินอาหารที่ดีต่อร่างกายจะช่วยให้ระบบต่างของร่างกายของเรานั้นดียิ่งขึ้น  ทำให้สุขภาพและความคิดการอ่านหรือว่าการที่เราต้องแก้ปัญหาสิ่งต่างๆนั้นทำได้ดีและลุร่วงเป็นที่สำเร็จนั่นเอง 

การนอนหลับนั้นเราควรที่จะนอน 6- 8 ชั่วโมง  การที่เรานอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ให้เรานั้นดูสุขภาพของเราเองจะทำให้เวลาที่เราตื่นมานั้นเรานั้นมีผิวพรรณที่เปล่งปรั่งและทำให้หน้าของเราสดใส ไม่เหี่ยวย่น  และยังทำให้เรารู้สึกว่าเรานั้นสดชื่นในการที่เราทำงานต่อไปอีก  

         การที่เรากินอาหารเราก็ต้องเลือกอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายดังนั้นการที่เรากินอาหารที่ครบห้าหมู่เป็นสิ่งที่สำคัญการที่เราไม่กินจำพวกไขมันนั้นมากเกินไปก็จะทำให้ร่างกายของเรานั้นไม่มีไขมันสะสม

และการที่เรามีสุขภาพที่ดีนั้นเราก็ไม่ควรที่จะกินอาหารที่เป็นจำพวกน้ำอัดลม  หรือว่าขนมหวานนั้นมากมากเกินไป  หรือว่าจะเป็นขนมขบเคี้ยวที่จะทำให้สุขภาพของเรานั้นแย่  และเสี่ยงต่อการที่เราจะเป็นโรคนั้นตามมาอีก  

      การที่เราเข้านอนก่อนสี่ทุ่มนั้นเราควรที่จะทำเป็นประจำเพื่อที่จะให้ร่างกายของเราจำเวลาที่เรานอน  และการที่เรานอนไม่หลับนั้นให้เราหาอะไรเป็นการช่วยในการกล่อมตัวเองให้นอนหลับ  อย่างเช่นเรานั้นลุกขึ้นมากินนมอุ่นสักแก้วแล้วเข้านอน  หรือว่าเรานั้นควรที่จะนอนแบบว่าปิดไฟให้มืดเพื่อที่เราจะได้หลับให้สนิท

  หรือว่าเราควรที่จะเช็คว่าในห้องของเรานั้นยมีอะไรที่เสียงดังทำให้เรานอนไม่หลับไหม  เมื่อเราได้ที่นอนที่ดีแล้วเราก็ควรที่จะปิดเสียงโทรสับเพื่อที่เราจะนอนหลับอย่างเต็มที่เพื่อที่เวลาที่ตอนเช้าเราตื่นนอนนั้นเราจะได้ตื่นมากับความสดชื่น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยจับยี่กี

ผักสมุนไพรที่ช่วยรักษาโรคตามรั้วบ้าน

เราเชื่อว่าหลายๆบ้านต้องมีการปลูกผักเพื่อที่จะเอามาไว้กินในเวลาที่เราต้องการที่จะทำกับข้าวเพราะว่าการที่เราปลูกผักสวนครัวเอาไว้เป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าเวลาที่เราจะทำอะไรก็สามารถที่จะไปเก็บมาทำกับข้าว หรือว่าเมนูต่างได้ 

และมีใครบ้างที่รู้ว่าผักที่สวนครัวของเรามีประโยชน์อะไรบ้างที่เรากินกันอยู่ช่วยในเรื่องของการรักษาอะไรได้บ้างเราไปดูกัน  

  • โหระพา  ถ้าให้พูดถึงเกี่ยวกับใบโหระพาเป็นสมุนไพรที่บอกว่ามีกลิ่นที่หอมเป็นอย่างมากเพราะว่าเมื่อเราจะเอามาใส่เกี่ยวกับเรื่องของการทำกับข้าวหรือว่าแกงก็เป็นเรื่องที่ช่วยให้ไม่แพ้กัน  และเรื่องของสรรพคุณเราก็คือการที่เราเกิดอาการจุกเสียด  ขับลม ปวดหัว   ท้องเสีย  รักษาเกี่ยวกับเรื่องฟกช้ำ  หรือว่าช่วยลดอาการเกี่ยวกับผื่นคันตามร่างกาย และทิ้งท้ายด้วยการที่ทำให้เราเจริญอาหาร  
  • ตะไค้ร  เป็นที่เรารู้ดีว่าการที่เราจะกินเกี่ยวกับเรื่องของต้มยำ  หรือว่าจะเป็นเรื่องของการยำที่ต้องใสตะไคร้เป็นเรื่องที่ทำให้หอมและก็ยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการช่วยในเรื่องของการท้องเสีย  ขับลม  แกโรคทางเดินปัสสาวะ  รักษาเกี่ยวกับเรื่องของโรคนิ้ว จุกเสียด  และช่วยในเรื่องของการลดความดันโลหิตเป็นอย่างดีอีกด้วย  
  • ขิง  เมื่อเวลาที่เราต้องกินแหนม  หรือว่ากินอะไรที่ต้องใช้ขิงเป็นเรื่องที่วันนั้นเราจะต้องมีเรื่องให้ขำเพราะว่าขิงมีช่วยในเรื่องของการขับลม เป็นอย่างดี  ส่วนใครที่มีอาการเกี่ยวกับการท้องอืด  ท้องเฟ้อ แก้อาการคลื่นไส้  ช่วยในเรื่องของการขับเสมหะเป็นเรื่องที่ดีเลยนั่นเอง  ถ้าเราสามารถที่จะกินได้นั่นเอง  
  • ตำลึง  เมื่อเราพูดถึงผักชนิดนี้เราต้องเดินไปดูตามคันรั้วบ้านของเราเลยเพราะว่าสมารถที่จะขึ้นได้ทุกที่เพราะว่าเกินขึ้นได้ง่ายและเป็นสมุนไพรเกี่ยวกับเรื่องของของการลดอาการอาเจียน  แก้อักเสบ  ขับเสมหะ  และเราสามารถที่จะเอามาต้ม หรือมาแกงจืดได้  หรือว่าจะเอาพัดในการจิ้มน้ำพริกอย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีอีกอย่างหนึ่งนั่นเอง  เพราะว่าทำให้เรามีสุขภาพที่ดีและก็ระบบต่างของร่างกายก็จะดีตามไปด้วยนั่นเอง  
  • กระเทียม  เป็นสมุนไพรที่เราจะเห็นกันอยู่ทุกบ้านเพราะว่าไม่ว่าจะทำอะไรการที่เราใส่กระเทียมไปด้วยจะช่วยในเรื่องของกลิ่นที่หอมมากขึ้น  และก็จะทำให้กับข้าวที่เรากินมีรสชาติ สรรพคุณก็จะช่วยในเรื่องการแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ  อาการปวดท้อง  รวมไปถึงการรักษาโรคผิวหนังอย่างเช่นโรคกลากเกลื้อน อย่างนี้เป็นต้น  

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นหวยหุ้น ดาวโจนส์

เคล็ดลับการยิ้มที่สวย  

ในการที่เรานั้นมีฟันที่สวยนั้นเป็นเรื่องทีแต่ว่าการการยิ้มนั้นเป็นเรื่องที่เรานั้นสามารถที่จะทำให้เรานั้นมีเสน่ห์มากกว่าการที่เรานั้นมีฟันที่สวย ในการที่เรานั้นจะยิ้มนั้นเราก็ต้องการทั้งรอยยิ้มที่สวยตรึงตาตรึงใจ

และการที่เรานั้นมีฟันที่ขาวใสนั้นด้วย  ซึ่งในวันนี้เรานั้นจะมาบอกวิธีในการทำให้เรานั้นมีฟันที่สวยนั้นมีอะไรบ้างไปอ่านกันเลย  

1.สตอร์เบอร์รี่ฟันขาว  มีใครนั้นรู้บ้างการที่เรานั้นเอาสตอร์เบอร์รี่นั้นมาฟอกที่ฟันหรือว่าเรานั้นแปลงฟันด้วยสตอร์เบอรี่นั้นจะสามารถที่จะทำให้ฟันของเรานั้นดูขาวและไม่เหลืองได้นั้น  ด้วยการที่เราเอลูกของสตอว์เบอรรี่นั้นมาบี้ที่ช้อนจากนั้นเราก็นำมาแปลงที่ฟัน

โดนการที่เรานั้นแปลงเราก็ควรที่จะแปลงฟันอย่างน้อยสักสองสามนาทีเพราะว่าให้สตอว์เบอรี่นั้นเกิดการ กัดที่ฟันของเรานั่นเองเพราะว่าในลูกสตอร์เบอรี่นั้นมีกรดมาลิกที่ทำให้ฟันของเรานั้นขาวนั่นเอง

2.ตั้งสติในการกิน  ไม่ว่าใครนั้นก็อยากที่จะมีฟันที่สวยใสนั่นเองการที่เรานั้นมีสติในการกินนั้นก็สามารถที่จะช่วยเราได้อย่างเช่น  การที่เรานั้นกินกาแฟอย่างนี้เป็นต้นเพราะว่ากาแฟนั้นนั้นเมื่อเรากินเข้าไปนั้นสามารถที่จะทำให้ฟันของเราเกิดอาการเหลืองได้เหมือนกัน 

ยิ่งถ้าใครนั้นเป็นคนที่ชื่นชอบการกินกาแฟนั้นต้องคิดเลยเพราะว่าในการที่เรานั้นกินกาแฟนั้นจะทิ้งคราบเอาไว้ที่กาแฟนั่นเอง  หรือว่าการที่เรานั้นกินผักอย่างเช่นการที่เรากินแครอท อย่างนี้เป็นก็สามารถที่จะทำให้ฟันของเรานั้นเกิดอาการหมองได้เหมือนกันถึงแม้ว่าแครอทนั้น

จะมีประโยชน์มาเพียงใดนั้นการที่เรานั้นกินก็สามารถที่จะทำให้ฟันของเรานั้นเกิดอาการหมอง  ดังนั้นถ้าเรานั้นต้องการที่จะกินเมื่อเรานั้นกินเสร็จก็ควรที่จะบ้วนปากเพื่อที่จะช่วยในการล้างออกจากปากเพื่อที่จะไม่ให้ฟันเรานั้นเกิดอาการหมองๆได้นั่นเอง

3.การเปลี่ยนแปลง  ในการที่เรานั้นแปลงฟันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะให้เรานั้นแปลงฟันเพราะว่าในการที่เรานั้นใช้แปลงสีฟันที่บานนั้นจะทำเรานั้นแปลงฟันที่สุขภาพที่ดีนั้นออกไป ดังนั้นการที่เราจะเปลี่ยนแปลงสีฟันนั้นเราก็ควรที่จะเปลี่ยนอย่างน้อยทุกสามเดือน

เพราะว่าการที่เรานั้นเปลี่ยนแปลงทุกๆสามเดือนเปรื่องที่ดีเพราะว่าจะทำให้แปลงของนั้นมีไม่คราบเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในแปลงได้ด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์

พอกหน้าให้ใสด้วยรางจืด

การที่เราเป็นสาวก็อยากที่จะมีใบหน้าที่สวยไม่มีสิว  แต่ว่าการที่เราต้องเจอเกี่ยวกับเรื่องของมลภาวะที่เราต้องเจอคือว่าเราต้องเจอเกี่ยวกับพิษที่ต้องทำให้เราหรือว่าผิวของเราเกิดเป็นพิษและดังนั้นเราก็ต้องรักษาผิวของเราให้ดี

ด้วยการที่เราต้องหาเกี่ยวกับเรื่องของครีมหรือว่าการบำรุงแม้แต่การที่เราต้องล้างผิวเพื่อที่จะไม่ให้เกิดสิวที่บนใบหน้าที่เราไม่อยากที่จะให้เกิดขึ้นนั่นเอง  เพราะว่าใบหน้าเป็นเรื่องที่เราคิดว่าการที่เราเป็นสิวขึ้นที่เยอะเป็นเรื่องที่เกิดแก่ความอายได้นั่นเอง และการที่เราต้องรู้จักเกี่ยวกับเรื่องของการรับมือเป็นเรื่องที่ดี

   และในวันนี้เราก็เลยเอาเรื่องราวที่เกี่ยวกับสมุนไพรมาเพื่อที่จะช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวหน้าของเราด้วยการที่เราเอาใบรางจืดที่เราเห็นมาตาแดดให้แห้ง จากนั้นก็เริ่มที่จะเอาบดเพื่อที่จะให้ละเอียด

  จากนั้นเราก็จะมาเอาเป็นส่วนผสมของการที่จะเอามาพอกหน้า  เพราะว่าจะช่วยในเรื่องของการล้างสารพิษที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของเรานั่นเอง เพราะว่าใบหน้าของเราต้องเจอเกี่ยวกับสิ่งที่ที่ทำให้เกิดทั้งสิว  และฝุ่นละออง  ที่เป็นตัวร้ายที่ทำให้ใบหน้าของเราเกิดการเป็นสิว  หรือว่าอาการคันที่อยู่บนใบหน้านั่นเอง  

      แต่ว่าการที่เราจะพอกเราก็มีสิ่งหนึ่งคือการที่เราต้องเตรียมนมสดมาเป็นส่วนประกอบด้วยนั่นเอง  

ในวิธีที่ทำ  

การที่เราเอาใบรางจืดที่ตากแห้งและบดเรียบร้อย ประมาณ สองช้อนโต๊ะ  

นมสดสักสามช้อน  เป็นการคนให้เหนียวข้นและเข้ากัน  จากนั้นก็นำมาพอกที่หน้าเพื่อที่จะช่วยในเรื่องของการล้างสารพิษที่เราต้องเจอมา และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสิวที่ตามมานั่นเอง  

เห็นไหมว่าสมุนไพรที่เราสามารถที่จะหาได้ตามรั้วบ้านที่เอามาช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวหน้าและไม่ให้เกิดอาการคันตามใบหน้าที่จะเป็นให้เกิดอาการคัดและเป็นสิวที่ตามใบหน้าของเรานั่นเอง

  เพราะวาสรรพคุณของใบรางจืดเป็นที่เรารู้ดีว่าช่วยในเรื่องของการล้างสารพิษเป็นอย่างดี  และเมื่อเราเอาใช้กับหน้าจะเห็นได้เกี่ยวกับการที่จะเห็นใบหน้าของนุ่มมากขึ้น  และการที่เราล้างสารพิษออกจากหน้าของเรานั่นเองเพื่อที่จะเป็นเรื่องของการที่ป้องกันไม่ให้เกิดการเป็นสิว

    แต่ถ้าหลายคนที่ไม่ชอบการให้นมสดจะใช้เป็นโยเกริตก็ได้เหมือนกัน  หรือว่าจะเอาทั้งสามอย่างมาผสมกันแล้วก็มาทาที่หน้าของเราก็ได้  เพียงแค่เราทำเดือนละสองสามครั้งเป็นการช่วยในเรื่องของการล้างหน้าให้สะอาด  และช่วยในเรื่องของการลดการเกิดสิวที่จะขึ้นที่ใบหน้าของเราได้เป็นอย่างดีนั่นเอง   ดังนั้นก็ลองไปทำกันดู

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

อาการมือเท้าชา 

ถ้าจะให้พูดถึงอาการเหน็บชาหลายคนนั้นอาจจะเป็นไม่บ่อยจนไม่เคยสนใจ อาการเหน็บชานั้นจะเป็นแบบว่าเป็นๆหายนั้นคุณนั้นก็คิดว่าไม่เป็นเป็นอะไรมากนักเดียวก็หายเพราะว่าไม่หน้าที่จะมีอะไรที่ร้ายแรงและก็อาจจะเป็นอาการของธรรมชาติก็ว่าได้

เพราะว่าเรานั้นอาจจะนอนทับแขนทับขาของตัวเองนั้นก็เป็นได้ แต่ว่าอาการของเหน็บชานั้นที่เกิดขึ้นบ่อยและก็สามารถเป็นอันตรายได้นั้นแต่ถ้าหากว่าเรานั้นกำลังกังวลเกี่ยวกับอาการเหล่านี้อยู่ช่วยอ่านและทำความเข้าใจเพื่อว่าจะเป็นการที่ทำให้เรานั้นเข้าใจมากขึ้น 

มือเท้านั้นชาอย่านิ่งนอนใจรักษาได้ 

อาการชาของคนเรานั้นสามารถบ่งบอกว่าร่างกายของเรานั้นผิดปกติ  การกดทับของเส้นประสาทบริเวณต่างๆงอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตู เช่น อาการหลับลึก  เมาสุรา  ป่วยหนัก พิการทางสมอง จนส้นประสาทที่กดทับจนไม่สามารถที่จะฟื้นคืนสภาพเดิมได้ ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ว่าหากเป็นเช่นนี้บ่อยต้องได้รับการรักษา

โดยทันที ไม่ว่าอย่างไรก็ตามยังมีอาการประเภทต่างๆอีกมากมายที่อาจจะเกิดขึ้นจากสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหากเรานั้นรับรู้ว่าลักษณะของอาการชาประเภทต่างที่ผิดปกติไปจากเดิม ก็จะช่วยให้สามารถวินิจฉัยโรคของตัวเองเป็นอะไรได้ในเบื้องต้น โดยที่เรานั้นไม่ต้องรอว่าให้เกิดเหตุร้ายนั้นก่อนเพราะว่ามันอาจจะทำให้สายเกินไป 

บริเวณที่ต้องระวัง 

 

  • รู้สึกว่าชาปลายเท้าและปลายมือเข้าหาลำตัว  ถ้าหากว่าคุณนั้นเป็นแบบนี้สาเหตุอาการมักเกิดจากปรายประสาทอักเสบหรือว่าปลายประสาทเสื่อมซึ่งจะเกิดจากการที่เรานั้นขาดสารอาหารที่สำคัญบางชนิด  ได้แก่  วิตามินบี 1    วิตามินบี 6  หรือว่าวิตามินบี 12 และก็นอกจากนี้ยังสามารถที่จะเกิดโรคอื่นๆนั้นได้อีกไม่ว่าจะเป็นโรคไต โรคมะเร็ง 
  • รู้สึกว่ามือชาแต่ไม่รู้สึกชาที่เท้า  อาการที่เรานั้นชาที่มือแต่ว่าไม่ชาที่เท้านั้นอาการที่เรานั้นชาที่มือสามารถแบ่งได้เป็นส่วนๆซึ่งอาการชานั้นแต่ละส่วนนั้นก็จะแสดงความผิดปกติที่แตกต่างกันออกไป 
  • อาการชาที่ปรายเท้าแต่ว่าไม่ชาที่มือ อาการที่ชาหลังเท้าขึ้นมาถึงหน้าแข่ง อาการชาเช่นนี้เป็นอาการชาจากเส้นประสาทนั้นถูกกดทับบริเวณใต้เข่าด้านนอก ซึ่งอาจจะเป็นว่าคุณนั้นนั่งไขว่ห้างหรือว่านั่งขัดสมาธิ หรือว่าเรานั้นนั่งพับเพียบนานเกินไป ดังนั้นเราก็ควรที่หลีกเลี่ยงท่านั่งมากเกินไปและห้ามใช้อะไรรองใต้ข้อพับเข่าเวลานอน ชาที่ฝ่าเท้า  อาการชาประเภทนี้เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับที่ตาตุ่มด้านในหรือว่าอุ้งเท้า ดังนั้นเราก็ควรที่จะไม่นั่งในถ่าที่เรานั้นรู้สึกว่าชามากเกินไปดังนั้นเราต้องลดการยืนหรือว่าเดินนานๆ เพื่อที่จะเลี่ยงในการชา

 

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

ปัญหามลพิษและปัญหาฝุ่น PM 2.5 มีผลต่อสุขภาพของทารกในครรภ์และเด็กเล็กอย่างไรบ้าง

เนื่องด้วยพฤติกรรมของเด็กและระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเด็กยังไม่ได้แข็งแรงมากนักที่จะสามารถป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากเชื้อโรคและฝุ่นละอองต่างๆได้ดังนั้นเราจึงควรมีวิธีการดูแลเด็กเด็กหรือแม้แต่ทารกในครรภ์ให้มีสุขภาพดีห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้วันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับการดูแลร่างกายของผู้หญิงที่ตั้งท้องรวมถึงเด็กเล็กๆว่าควรดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง

1 หากเป็นการดูแลทารกที่ยังอยู่ในท้องของแม่ซึ่งช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่กำลังพัฒนาอวัยวะต่างๆของร่างกายรวมถึงระบบทางเดินหายใจปอดและสมองดังนั้นหากถ้าหญิงคนใดที่กำลังอยู่ในระหว่างการตั้งท้องควรจะหลีกเลี่ยงไปในจุดที่เสี่ยงต่อการเจอกับฝุ่นมลพิษเพื่อป้องกัน

ไม่ให้ผลกระทบไปเกิดกับเด็กในครรภ์โดยเฉพาะหากอายุครรภ์ยังไม่ถึงหกเดือนควรที่จะต้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดีนั่นก็เพราะว่าหากเด็กในท้องได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 แล้วมันจะมีผลอันตรายในระยะยาวต่อเด็กในครรภ์ได้เลยซึ่งมีผลต่อระบบการพัฒนาสมองและระบบการทำงานของปอด

2 และสำหรับการดูแลเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงเก้าขวบหากเป็นการอยู่ที่บ้านก็ควรจะมีการปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดไม่ให้ฝุ่นละอองปลิวเข้ามาในบริเวณบ้านได้ควรมีการจัดเก็บทำความสะอาดบ้านไม่ให้มีฝุ่นผงและยิ่งในเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจโรคภูมิแพ้หรือแม้แต่โรคหัวใจ โรคหืด โรคเกี่ยวกับปอดเรื้อรังยิ่งต้องมีการดูแลรักษาความสะอาดของบ้านอาคารที่อยู่อาศัยให้มากขึ้นงดเว้นการจุดธูป การสูบบุหรี่ภายในบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสูดอากาศที่เป็นพิษเข้าไป

3 และสำหรับการดูแลเด็กเล็กๆที่ต้องไปใช้ชีวิตเองที่โรงเรียนทางด้านโรงเรียนเองรวมถึงคุณครูที่ดูแลรับผิดชอบเด็กคุณจะดูแลให้เด็กอยู่แต่ในอาคารเรียนในช่วงนี้คุณหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งและในห้องเรียนก็ควรให้เด็กใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน

การสูดฝุ่นละอองรวมถึงห้ามคุณครูสูบบุหรี่ในห้องเรียนและหากในเขตพื้นที่ของโรงเรียนเช็คแล้วว่าค่าฝุ่นPM2.5 ในพื้นที่เขตโรงเรียนมีปริมาณเยอะเกินมาตรฐานกำหนดอาจควรพิจารณาให้โรงเรียนหยุดการเรียนการสอนชั่วคราวเพื่อเป็นการป้องกันสุขภาพของเด็กในเขตพื้นที่โรงเรียน

ข้อมูลที่แจ้งมาทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่แนะนำในเรื่องของการดูแลสุขภาพของเด็กทั้งที่อยู่ในครรภ์ของมารดาและอยู่นอกครรภ์ของมารดาเพื่อให้ห่างไกลจากปัญหาในละอองPM2.5 ซึ่งกำลังเป็นอันตรายกับทุกคนเป็นอย่างมากในช่วงนี้

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

เลือกอาหารก่อน และ หลัง ออกกำลังกายยังไงดีนะ 

การกินอาหารก่อนออกกำลังกาย จะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานหรือมีแรงในการออกกำลังกายได้มากขึ้นและนานขึ้นด้วย เพราะระหว่างการออกกำลังกายร่างกายเราจะใช้พลังงานและแรงค่อนข้างเยอะกว่าปกติ จึงจำเป็นต้องเลือกกินอาหารให้เหมาะสมก่อนออกกำลังกาย

และกลับกันการเลือกกินอาหารหลังออกกำลังกายก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะร่างกายคุณหลังจากออกกำลังกายมาได้มีการสุญเสียพลังงานไปและมีการสูญเสียน้ำและกล้ามเนื้อเช่นกัน ดังนั้น การกินหลังออกกำลังกายก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับที่เราเลือกออกกำลังกายไปเช่นกัน 

การเลือกอาหารก่อน หรือ หลังออกกำลังกาย เราต้องดูด้วยว่าเราเลือกออกกำลังกายแบบไหนไป เพราะประเภทของออกกำลังกายและความต้องการสารอาหารจะไม่เหมือนกัน 

หากคุณเลือกออกกำลังกายแบบ Strength Training หรือ การออกกำลังกายที่เน้นการเพิ่มกล้ามเนื้อ หรือเรียกอีกอย่างว่า การเวทเทรนนิ่ง ร่างกายจะต้องการโปรตีนเพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อเป็นพิเศษ ซึ่งก่อนออกกำลังกายสัก 1-2 ชั่วโมง คุณควรเลือกกินอหารประเภท โปรตีน เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ อย่าง อกไก่ ไข่ต้ม

และ ควรเลือกกิน คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อย่าง ขนมปังโฮลวีท ข้าวกล้อง เพื่อที่จะได้ให้ร่างกายมีแรงในการยกเวท และที่เลือกเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพราะมีการปล่อยพลังงานให้ร่างกายอย่างช้าๆ คุณจะได้มีแรงหรือพลังงานนานขึ้น ส่วนหลังการออกกำลังกายประมาณ 30 นาที – 2 ชั่วโมง คุณควรเลือกอาหารประเภท โปรตีนเป็นหลัก อย่างน้อยต้องให้โปรตีนถึง 10-20 กรัม และหลีกเลี่ยงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต หรือ น้ำตาล

หากคุณเลือกออกกำลังกายแบบ Cardio Training หรือ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความฟิตและเผาผลาญไขมัน หรือ การออกกกำลังกายเพื่อ burn ไขมัน อย่าง การเดิน การวิ่ง การกระโดดเชือก การแอโรบิก เป็นต้น คุณควรกินอาหารก่อนออกกำลังกายสัก 1-3 ชั่วโมง โดยเลือกกินอาหารประเภท คาร์โบไฮเดรต ประมาณ 200-300 กรัม และเสริมด้วยโปรตีนและไฟเบอร์

เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานสำหรับการไปออกกำลังกาย อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อย่าง ข้าวกล้อง มันม่วง ธัญพืชต่างๆ เพื่อคุณได้อยู่ท้องและมีเรียวแรงไปออกกำลังกาย ส่วนโปรตีนและไฟเบอร์ อาจจะเป็น ปลาสักครึ่งตัว กินคู่สลัดก็ได้ ส่วนอาหารหลังออกกำลังกาย ควรกินภายใน 30 นาที – 1 ชั่วโมง โดยเน้นเป็นดื่มน้ำเปล่ามากๆ

เพราะเราเสียเหงื่อไปกับการ Cardio ค่อนข้างเยอะ ส่วนอาการควรเลือกอาหารทีให้พลังงานไม่มากจนเกินไป โดยคุณอาจจะกิน กล้วยสัก 1 ลูก คู่กับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ก็พอที่จะทำให้อยู่ท้องได้ เพราะการที่เราไปCardio เพราะเราต้องการที่จะเผาผลาญไขมันออก เพราะฉะนั้นหากออกเสร็จแล้วก็อย่าเผลอกินหนักไปนะ!

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยฮานอยเล่นยังไง

เกินมาตรฐานอีกแล้วพีเอ็ม 2.5 

เชื่อว่าหลายคนก็ต้องบ่นประโยคนี้เหมือนกัน

ว่าเมื่อไรจะจัดการได้เรียบร้อยสักทีทนมาเกือบปีแล้วกับปัญหาพีเอ็ม 2.5 ตื่นเช้ามาต้องเจอกับฝุ่นลอยเต็มท้องฟ้าขมุกขมัวบรรยากาศไม่สดชื่นมองไม่เห็นเมฆสักก้อนทั่วทั้งกรุงเทพและปริมณฑลผ่านมาเกือบปีตอนนี้ประชาชนเริ่มมีปัญหาเรื่องของสุขภาพเค้ามากันมากมาย 

อาจกล่าวได้ว่าตอนนี้ปัญหาค่าพีเอ็ม 2.5

มีปัญหากับประชาชนชาวไทยทุกคนเป็นอย่างมากเพราะตื่นเช้าออกจากบ้านมาก็ต้องมาเจอฝุ่นละอองซึ่งทำให้สุขภาพร่างกายของคนทำงานอย่างเราสุดโทรมลงไม่แข็งแรงปัจจุบันเวลาที่ออกจากบ้านทุกคนจะต้องหาหน้ากากอนามัยมาปิดซึ่งณตอนนี้สิ่งที่เป็นปัญหาตามมาก็คือการขาดแคนหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ

ดังนั้นสำหรับคนที่หาซื้อไม่ได้ก็จะทำให้มีผลกระทบกับสุขภาพอนามัยของคนนั้นนั้นโดยเริ่มต้นจะมีอาการแสบจมูกหายใจไม่สะดวกและต่อมาก็จะทำให้เป็นโรคไข้หวัดโรคเกี่ยวกับปอดโรคเกี่ยวกับระบบทรงเดินหายใจซึ่งตอนนี้ค่ามาตรฐานของอากาศที่เป็นอยู่เกินค่ามาตรฐานแทบทุจุดของประเทศไทยยิ่งต้องการให้มีมาตรการป้องกันออกมามากเท่าไหร่

ปัญหาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นโดยตอนนี้พื้นที่ที่เป็นสีส้มมีมากกว่าครึ่งของประเทศแล้ว

ซึ่งมีการประกาศให้ประชาชนงดใช้กิจกรรมกลางแจ้งแต่ที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้สามารถช่วยเหลือได้เพราะประชาชนส่วนใหญ่เริ่มที่จะต้องสูตรควันพิษตั้งแต่เดินทางออกจากบ้านแล้วซึ่งแต่ละคนใช้ระยะเวลาในการเดินทางออกจากบ้านกว่าจะถึงที่ทำงานบางคนก็เกือบชั่วโมง

ดังนั้นในระหว่างที่เดินทางนี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนสูตรเอาควันพิษเข้าไปได้เต็มปอดอย่างเต็มที่แล้วยังมีขากลับในช่วงเย็นที่ยังจะต้องมานั่งสุดมลพิษทางอากาศกันอีกด้วยซึ่งสำหรับตอนนี้ค่ามลพิษทางอากาศของประเทศไทยในวันนี้ส่งมาถึงที่อันดับที่ 11 ของโลก

โดยอันดับหนึ่งอย่างของฉันอยู่ที่ประเทศอินเดีย

ซึ่งอันที่จริงเราไม่ควรไปแย่งความเป็นแชมป์กับประเทศอื่นๆในตอนนี้คงไม่สามารถเพิ่งเพียงรัฐบาลเพียงอย่างเดียวได้แล้วเราประชาชนคนไทยทุกคนควรจะร่วมแรงร่วมใจกันในการแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองนี้กันมากขึ้น

โดยส่วนหนึ่งมาจากคนขับรถยนต์มันท้องถนนซึ่งหากเราช่วยกันดูแลเรื่องของปัญหาควันรถได้ปัญหาการจุดไฟเผาไม่อย่าได้ก็จะมีส่วนช่วยให้ค่าฝุ่นละอองลดลงได้เช่นเดียวกันปัญหาค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ไม่ใช่ปัญหาของคนใดคนหนึ่งอีกต่อไปแต่เป็นปัญหาที่คนทั้งประเทศต้องร่วมด้วยช่วยกันเพื่อความปลอดภัยของชีวิตของทุกคน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

ผู้ป่วยติดเตียง

ผู้ป่วยติดเตียง
เดี๋ยวนี้เมืองไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมคนสูงอายุ ซึ่งเมื่อไปสู่วัยนี้จะเริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพ หลายครอบครัวจะต้องเจอกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการป่วยไข้ของคนสูงอายุที่จำเป็นต้องเข้ารับการดูแลและรักษาในโรงหมอ ซึ่งเมื่อออกมาจากโรงพยาบาล จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด หน้าที่พวกนี้ก็เลยเป็นของคนภายในครอบครัว บางคราวบางทีอาจไม่รู้เรื่องกระบวนการดูแลผู้เจ็บป่วยสูงอายุอย่างถูกแนวทาง ก็เลยทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้เจ็บป่วยรวมทั้งผู้ดูแลเองก็อาจจะป่วยตามไปด้วย

หน่วยบริการพยาบาลคนไข้ที่บ้าน แผนกแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามา มีแนวทางเริ่ม “โครงการพยาบาลเยี่ยมบ้าน” ขึ้น เพื่อติดตามให้คำปรึกษากรรมวิธีดูแลรักษาสุขภาพร่างกายแก่คนเจ็บรวมทั้งพี่น้องที่บ้าน

หัวหน้าหน่วยบริการพยาบาลคนเจ็บที่บ้านฯ บอกว่า เริ่มดำเนินแผนการมาตั้งแต่ปี 2517 จนกระทั่งตอนนี้ เพื่อเยี่ยมผู้ป่วยที่กลับไปดูแลตัวเองต่อที่บ้าน ซึ่งเป็นคนชราหรือผู้เจ็บป่วยติดเตียงที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยก่อนคนเจ็บกลับไปอยู่ที่บ้าน พยาบาลจะสอนและฝึกฝนความสามารถกรรมวิธีดูแลต่างๆ ให้กับบุคคลในครอบครัว ตัวอย่างเช่น การให้อาหารทางสายยาง กระบวนการทำแผล การดูดเสลด การให้ออกซิเจนที่บ้าน และก็การดูแลสุขลักษณะระบบขับถ่าย ฯลฯ

ในการดูแลผู้สูงวัย หรือผู้เจ็บป่วยติดเตียง ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เน้นย้ำความถนัดการดูแลเรื่องความสะอาด ถูกตามแนวทางรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลด้านสุขลักษณะ เป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยทำให้คนป่วยรู้สึกสบาย ครอบครัวควรจะฝึกฝนพินิจความประพฤติคนเจ็บว่าอยากได้สิ่งใด ได้แก่ รู้สึกเมื่อยล้า กระหายน้ำหรือคันที่ผิวหนัง อยากชำระล้างแต่ว่าทำเองมิได้ ฯลฯ

อย่างไรก็แล้วแต่ “การใช้ผ้าอ้อมคนแก่” กำลังได้รับความนิยมเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยยิ่งไปกว่านั้นสำหรับเพื่อการดูแลคนไข้ที่บ้าน เพราะสบาย ลดภาระหน้าที่หรือความยุ่งยากสำหรับในการชำระล้างสิ่งสกปรกจากการขับถ่าย แม้กระนั้นถ้าคนภายในครอบครัวใส่ผิดแนวทาง อาจจะทำให้ผู้เจ็บป่วยป่วยไข้ แล้วก็ปัสสาวะรั่วซึมได้

โดยเหตุนี้ ครอบครัวจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้ผ้าอ้อมคนแก่ให้เหมาะสมกับขนาดและก็กิจกรรมของคนไข้ อาทิเช่น อ่านฉลากขนาดผ้าอ้อมให้เหมาะสมกับรอบเอวของคนป่วย เลือกใช้ผ้าอ้อมแบบสวมให้กับคนป่วยเพื่อทำกิจกรรมฟื้นฟูร่างกาย หรือใช้แผ่นรองดูดซับเสริมสำหรับปูเตียงในผู้ป่วยติดเตียง ปรับระดับการใส่ผ้าอ้อมให้กระชับ เพื่อความสบายตัว ไม่รั่วซึม

ที่สำคัญควรจะหมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อมทุก 4 ชั่วโมง หรือเมื่อใดก็ตามที่ถ่าย ชำระล้างผิวหนังพร้อมดูดซึมผิวให้แห้ง เพื่อป้องกันการเกิดแผลรอบๆ ผิวหนังและไม่โรยแป้งเพื่อปกป้องการสั่งสมเชื้อโรคในรอบๆ ที่อับชื้นแล้วก็จุดอำพราง แม้มีผื่นหรือแผล ควรจะขอคำแนะนำหมอเพื่อการดูแลและรักษาที่ถูกต้องถัดไป เพื่อสุขลักษณะและสุขภาพด้านหัวใจที่ดี

โรคที่มากับปลาร้า

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักปลาร้าใช่ไหม เพราะว่าปลาร้านั้นโด่งดังมากในวงการอาหาร เพราะเป็นวัตถุดิบหลักเลยที่ใช้ทำอาหารไทย ที่เป็นที่นิยม แค่มีปลาร้าก็พูดได้ว่ารู้สึกนัวแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่า การรับประทานปลาร้าก็สามารถทำให้เกิดอันตรายได้เหมือนกันนะ ปลาร้าทำให้เราเสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเหน็บชา และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือโรคไตนั่นเอง

1. กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเหน็บชา
ปลาร้ามีส่วนทำลาย วิตามินบี 1 ซึ่งวิตามินบี 1 ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง นอกจากนี้การขาดวิตามินบี 1 ยังทำให้เกิดภาวะเป็นโรคเหน็บชา ส่วนใหญ่มักมีอาการอ่อนแรงและชา ที่แขนและขา ปลายมือ ปลายเท้า บวม แดง นอกจากการทานปลาร้าจะทำลายวิตามินบี 1 แล้ว ยังมีพฤติกรมมอื่นๆ อีกที่ทำให้ร่างกายขาดวิตามินบี 1 เช่น การรับประทานแต่ข้าวขาวที่ผ่านการขัดสี หรืออาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1 ได้แก่ ปลาน้ำจืดดิบ หอยลายดิบ ปลาร้า ใบชา ใบเมี่ยง หมากพลู ปลาส้มดิบ แหนมดิบ เป็นต้น

2. โรคไต
ปลาร้ามี สารอาหารมากมาย เช่น ฟอสฟอรัส แคลเซียม และวิตามินเค และเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเหมือนปลาทั่วไป แต่ขั้นตอนการทำปลาร้านั้น แน่นอนว่าต้องใช้เกลือในปริมาณมากทำให้ ปลาร้านั้นมีปริมาณโซเดียมที่สูง และการนำปลาร้ามาใช้เป็นวัตถุดิบ ถือเป็นการปรุงรสที่เข้มข้นอยู่แล้ว หรือเรียกว่ารสจัด เพราะการเติมปลาร้าในอาหารต่างๆ ก็เหมือนกับการใส่เครื่องปรุงรสมากเกินไป จึงเสี่ยงต่อการได้รับโซเดียมมากเกินความต้องการในแต่ละวัน จนอาจเสี่ยงโรคไตได้

วิธีรับประทานปลาร้าอย่างปลอดภัย
1. ต้มปลาร้าให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง ทั้งเนื้อปลาร้า และน้ำปลาร้า เป็นการฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ในปลาร้า ด้วยความร้อน ทั้งสิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายต่อเราด้วย

2. ไม่รับประทานปลาร้า และน้ำปลาร้ามากเกินไป เพราะปลาร้ามีโซเดียมสูง อาจทำให้เราเสี่ยงเป็นโรคไตได้

3. ดูแลรักษาสัตว์ที่เป็นแหล่งแพร่กระจายของพยาธิใบไม้ตับ คือ สุนัข แมว ฯลฯ (อาหารประเภท หอย ปลา กินแบบปรุงสุก) เพื่อกำจัดตัวอ่อน พยาธิใบไม้ในโฮส์กึ่งกลาง (อาหารทุกเมนูปรุงให้สุกด้วยความร้อน)

4. รับประทานปลาร้ากับผักชนิดต่างๆ เพื่อให้ได้คุณค่าทางสารอาหารมากยิ่งขึ้น การรับประทานแต่ปลาร้าอาจทำให้เราขาดสารอาหารบางอย่างไป

5. นำปลาร้าไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เช่น ปลาร้าบอง ปลาร้าสับ ฯลฯ ก่อนรับประทาน